Saturday, July 22, 2017

Tagged Under:

เปิดประวัติ3อดีตนายกฯ ลุ้นศาลตัดสินชะตากรรมเดือนส.ค.

By: news media On: 12:35 AM
  • Share The Gag
  • 22 ก.ค.60 หลังจากที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ได้ไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 14 ซึ่งเป็นนัดสุดท้าย ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

    ซึ่งศาลนัดฟังพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้  เวลา 09.00 น.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีคำพิพากษา 3 คดีใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกันของเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งมี 3 อดีตนายกรัฐมนตรี จาก 'พรรคเพื่อไทย' ตกเป็นจำเลย ประกอบด้วย

    1.คดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถูกฟ้องในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ยุครัฐบาลนายสมชาย, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต ผบ.ตร.) น้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ในรัฐบาลปัจจุบัน และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (อดีต ผบช.น.) เพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เมื่อปี 2551 จนมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 471 ราย

    คดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย วันที่ 30 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา ซึ่งนายสมชาย ได้แถลงปิดคดีด้วยวาจาด้วยตัวเอง

    ศาลกำหนดฟังคำพิพากษา‪ในวันที่ 2 ส.ค.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งศาลกำชับให้ พล.อ.ชวลิต จำเลยที่ 2 มาฟังคำพิพากษาตามนัดด้วย

    2.คดีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งแยกเป็น 2 ส่วน คือ การฟ้องทางอาญา และการฟ้องทางแพ่งเพื่อให้ชดใช้ความเสียหายแก่แผ่นดิน นอกจากนี้ยังแยกฟ้องเป็น 2 คดี คือ ฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำเลยเพียงคนเดียว และอีกคดีฟ้อง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 19 คน

    สำหรับคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกฟ้องฐานกระทำผิดต่อหน้าที่ปล่อยให้มีการทุจริตอย่างมโหฬารและสร้างความเสียหายแก่ประเทศครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ มูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท เข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญาซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนพยานปากสุดท้ายวันที่ 21 ก.ค.นี้

    ซึ่งศาลนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ส.ค.นี้

    ส่วนทางแพ่งนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกฟ้องให้ชดใช้ความเสียหายแก่แผ่นดินเป็นมูลค่าราว 3.5 หมื่นล้านบาท

    3.คดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) และองค์คณะรวม 9 คน ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 1, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 2 และพวก ซึ่งเป็นอดีตนักการเมือง 3 คน ข้าราชการการเมือง 3 คน และนิติบุคคลกับกรรมการผู้มีอำนาจในนิติบุคคล รวม 28 ราย เป็นจำเลยที่ 1-28

    ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ.2542 มาตรา 4, 9, 10, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ, ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต สร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 123 และ 123/1 พร้อมทั้งขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงิน 35,274,611,007 บาท ที่คิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 50,000 ตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับ

    ภายหลังศาลไต่สวนพยานจำเลย 3 ปากสุดท้ายเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา จำเลยไม่ติดใจไต่สวนพยานอื่นอีก ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 25 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

    สำหรับประวัติโดยสังเขปของ 3 นายกรัฐมนตรี

    พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 22

    พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 ที่จังหวัด นนทบุรี เป็นบุตรของ ร้อยเอกชั้น ยงใจยุทธ และนางสุรีย์ศรี (นามเดิม ละมุน) ยงใจยุทธ มีพี่สาวต่างบิดาชื่อ สุมน สมสาร และน้องชายต่างมารดาชื่อธรรมนูญ ยงใจยุทธ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. 2496 และ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อ พ.ศ. 2507

    พลเอก ชวลิต มีชื่อเล่นว่า ตึ๋ง แต่รู้จักผ่านสื่อในนาม "บิ๊กจิ๋ว" หรือ "จิ๋วหวานเจี๊ยบ" เจ้าของสมญา "ขงเบ้งแห่งกองทัพบก" เป็นบุตรของ ร้อยเอกชั้น ยงใจยุทธ และนางสุรีย์ศรี (นามเดิม: ละมุน) ยงใจยุทธ มีพี่สาวต่างบิดาชื่อ สุมน สมสาร และน้องชายต่างมารดาชื่อธรรมนูญ ยงใจยุทธ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ.2496 และ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อ พ.ศ. 2507

    พลเอก ชวลิต ผ่านการสมรส 3 ครั้ง ครั้งแรกกับวิภา ครั้งที่สองกับพิมพ์นิภา มนตรีอาภรณ์ (นามเดิม: ประเสริฐศรี จันทน์อาภรณ์) และสมรสครั้งที่ 3 กับคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ (ลิมปภมร) มีบุตร 3 คนกับภรรยาคนแรก คือ นายคฤกพล ยงใจยุทธ นางอรพิณ นพวงศ์ (ถึงแก่กรรม) และพันตำรวจตรีหญิงศรีสุภางค์ โสมกุล

    พลเอก ชวลิต มีบทบาททางการทหาร เป็นอย่างมาก แต่ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและผู้บัญชาการทหารสูงสุด แล้วเข้าสู่การเมือง ก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ มีคะแนนเสียงในภาคอีสานเป็นจำนวนมาก

    ต่อมา เมื่อพรรคความหวังใหม่ชนะในการเลือกตั้งเมื่อปลายปี พ.ศ. 2539 พล.อ.ชวลิต ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคจึงขึ้นดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี คนที่ 22 ดำรงตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540

    แต่ต่อมาได้ลาออกเนื่องจากเกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจในปี พ.ศ. 2540 ก่อนที่จะย้ายพรรคมาสังกัดพรรคไทยรักไทย ในปี พ.ศ.2544 และ พลเอกชวลิต ก็รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรสมัยแรก และยังรับตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ มากมาย อาทิ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 26

    นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2490 ที่ตำบลสวนขัน อำเภอฉวาง (อำเภอช้างกลาง ในปัจจุบัน ) จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรของนายเจิม-นางดับ วงศ์สวัสดิ์ สมรสกับ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นน้องสาวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีดนายกรัฐมนตรี มีบุตร-ธิดา 3 คน คือ ผศ.ดร.ยศธนัน วงศ์สวัสดิ์ (เชน) น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ (เชียร์) และ น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ (เชอรี่)

    สำเร็จการศึกษาชั้นต้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชั้นมัธยมจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2513 ต่อมาปี 2516 เข้าศึกษาต่อเนติบัณฑิตไทย (นบท.) สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เมื่อ 2539 ปริญญาบัตร หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 38 และในปี 2545 รัฐประศาสนศาสตร์ มหาบัณฑิต หลักสูตรการจัดการภาครัฐและภาคเอกชนมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    ในปี พ.ศ. 2555 ได้รับพระราชทานปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (การจัดการ) จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา

    หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วสอบบรรจุเข้าทำงานเป็นข้าราชการ และเติบโตในกระทรวงยุติธรรม ก่อนจะหันมาสู่เส้นทางการเมือง โดยรับตำแหน่ง อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 26 ดำรงตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551 – 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551

    อย่างไรก็ดี การตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นเขาไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากถูกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้ายึดพื้นที่ไว้ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช โดยใช้สนามบินดอนเมืองเป็นที่ทำการแทน


    น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 28

    น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2510 เป็นบุตรของเลิศ และยินดี ชินวัตร (สกุลเดิม ระมิงค์วงศ์) สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมต้นจากโรงเรียนเรยีนาเชลีวิทยาลัย มัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เข้ารับพระราชทานปริญญารัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สิงห์ขาวรุ่น 21) เมื่อปี พ.ศ. 2531 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยเคนทักกีสเตต สหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ. 2533

    น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของเลิศ ชินวัตร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ และยินดี ชินวัตร ซึ่งเป็นธิดาของเจ้าจันทร์ทิพย์ ระมิงค์วงศ์ (หลานตาของเจ้าไชยสงคราม สมพมิตร ณ เชียงใหม่ ซึ่งสืบเชื้อสายจากพระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา พระเจ้านครเชียงใหม่) ยิ่งลักษณ์มีพี่น้อง 10 คน และเป็นน้องสาวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และยังเป็นน้องสะใภ้ของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี

    ยิ่งลักษณ์ สมรสกับอนุสรณ์ อมรฉัตร อดีตผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่มิได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคนคือ ศุภเสกข์ อมรฉัตร (ไปค์)

    ยิ่งลักษณ์เริ่มเข้าทำงานที่บริษัทชินวัตร ไดเร็กทอรี่ส์ จำกัด (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทเทเลอินโฟมีเดีย จำกัด (มหาชน)) และเติบโตในวงการธุรกิจ ก่อนจะหันเข้าสู่วงการการเมือง โดยมีชื่อปรากฏ หลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบ เมื่อปลายปี 51 จนเมื่อวันที่ 16 พ.ค.54 ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย มีมติเลือกยิ่งลักษณ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 1 เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ยิ่งลักษณ์ ประสบความสำเร็จ สามารถก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงไทยคนแรกและเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 28 ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554  – 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557


    ที่มา: naewna

    0 comments:

    Post a Comment