หากแต่เมื่อม้วนหัวตีลังกา หันกลับมามองดาราคนดังในบ้านเราก็พบว่า"ไม่แตกต่าง"บางคนก็รับมือไม่ไหว จากโลกนี้ไป อาทิ "สิงห์ มุสิกพงศ์"นักดนตรี มือกีต้าร์วงสควีซแอนนิมอล ชายหนุ่มพูดน้อย เงียบขรึม และใช้ชีวิตตามลำพัง
แต่ก็มีบางรายที่ราหูอม ต้องเผชิญกับโรคนี้ขั้นไอซียู แต่ในทีี่สุดก็รอดพ้นความตายมาได้หวุดหวิด และได้เจอทางสว่าง
มีใครบ้างที่อยู่ในก๊วนดาวที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ตามมาเอ็กซเรย์กัน
คนแรก คนนี้ฟังแล้ว เธอเคยมีอาการน่าเป็นห่วงถึงขีดสุด!! "แวร์ โซว์" ที่ป่วยเป็นโรคนี้แบบไม่รู้ตัวมา 5 ปี อาการเริ่มแรก เครียด นอนไม่หลับ นานเป็นอาทิตย์ พี่สาวแนะพบจิตแพทย์ๆให้ยานอนหลับ ปรับอารมณ์ จนอาการหนักมาก ขั้นพยายามฆ่าตัวตาย ไม่ใช่เพราะหนีปัญหา แต่เป็นความพยายามที่จะหลุดพ้น กับเรื่องที่เคลียร์ไม่ตก จนถึงขั้นเอามีดมาสับมือและถามลูกว่า"คนดีแม่อยากตายมาก หนูจะตายกับแม่มั้ย"
ฝั่งลูกสาวที่ยังเป็นเด็กน้อยบอกว่ายังอยากมีชีวิต ซึ่งแวร์บอกว่าตนไม่ไหว ฟิวส์ขาดขั้นชวนลูกตาย 10-20 ครั้ง บางทีขับรถเร็ว ก็คิดว่าเอาเสาไหน คลองไหนดีว่ะ แต่ทุกครั้งทีี่มีความคิดแบบนี้ลูกก็จะช่วยรั้งเอาไว้
ส่วนสาว"ทราย เจริญปุระ" เองแทบไม่น่าเชื่อว่าเธอคือหนึ่งในจำนวนดาวที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
สาเหตุมาจากมรสุมชีวิตความเครียดจากอาการป่วยของแม่กับพ่อ รวมถึงช่วงที่ตัวเองประสบอุบัติเหตุรถชน หลายสิ่งประดังเข้ามา จนถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย และยังบอกอีกโรคนี้ส่งผลให้น้ำหนัดตัวลดไป20 ก.ก.เพราะกินไม่ได้ แต่เมื่อกลับมากินก็กินไม่หยุด
มาที่พระเอก"แดน"วรเวช ที่หลายคนอึ้งกิมกี่ ไม่คิดว่า"แดน"ที่ดูสุขภาพจิตดี จะเดี้ยงได้ แต่..สาบานว่าเรื่องจริงไม่ติงนัง แดนบอกเล่าว่าตนเป็นโรคนอนไม่หลับเวลาจะนอน หลับตาไม่ลง ความคิดต่างๆ แล่นเข้ามาที่หัว ทำให้ไม่ได้นอนจริงๆ ขั้นทะเลาะกับตัวเองว่าไม่นอนก็ได้ อีกทั้งเวลาคุยหรือบรีฟงานอะไรเหมือนสมองไม่รับ จนแม่แดนเองรู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้าเลยให้ไปพักสมองที่อังกฤษพักหนึ่ง
ปิดท้ายสดๆร้อนๆเพิ่งสารภาพคืนวานนี้เองหล่ะหลังศิลปินดังในต่างแดนดับ หลังมีดราม่าพล่ากุ้งพลาดจวกศิลปิน อดีตนางแบบก็โพสต์ลงไอจีซะยาวเหยียด..ดด ว่า..โยก็เคยป่วยนะโรคนี้ และไม่ใช่ธรรมดา แต่ว่าอดีตนางแบบ"โย"ยศวดี ป่วยเป็นโรคนี้ถึง 2 ครั้งด้วยกัน เธอเล่าว่าครั้งแรกในวัย 29 อาการรุนแรงขั้นเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชน ต้องพบหมอวันเว้นวัน อาการเหมือนคนวัยแซยิด คิดมาก นอนไม่ได้ โมโหร้าย พูดไม่คิด เห็นภาพหลอน
หลังรักษาจนหายก็ไม่อยากกลับไปเป็นอีก แต่มันก็กลับมา เมื่อ 2 ปีที่แล้วเพราะอะไรตอบไม่ได้เลย มันจะมาจากพื้นฐานความคิด จิตใต้สำนึก อดีต ปัจจุบันมีผลทั้งหมด โยเองยอมรับว่ากลัว ไม่อยากเป็นอีก จนกระทั่งพบทางออกใหม่ไฉไลกว่าการใช้ยาช่วย ก็คือการวิ่งๆๆๆๆ วิ่งหนีจากโรคซึมเศร้า
ก็เป็นเคสต์ตัวอย่าง ที่แสดงให้รู้ว่าอย่าดูถูก อย่ามองข้าม"โรคซึมเศร้า" และอีกสิ่งคือ..อย่ายอมแพ้
และถ้าต้องการตัวช่วยหล่ะก็ปรึกษาหารือ ..เธอกับเขา ถึงวิถี วิธี รับมือกับโรคนี้ได้ ..แต่ถ้าเป็นโรคทรัพย์จาง หรือดราม่าลงไต เชิญไปรับยาช่อง 6
ที่มา: siamdara
0 comments:
Post a Comment