เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผบ.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี เรียกประชุมด่วนชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง เพื่อติดตามความคืบหน้ารวมถึงประเมินสถานการณ์เหตุกลุ่มคนร้ายปล้นเต็นท์รถวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ใน อ.นาทวี จ.สงขลา
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์ โดยนำข้อมูลมาจากการแจ้งเตือน หลักฐานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม พบว่าการก่อเหตุครั้งนี้กลุ่มคนร้ายต้องการก่อเหตุใหญ่พร้อมกันหลายจุด ในเขตชุมชนเมืองย่านเศรษฐกิจ รวมถึงจุดที่ตั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ พุ่งเป้าก่อเหตุในพื้นที่จ.ปัตตานีโดยเฉพาะ แต่จากรายงานทางลับพบการเคลื่อนไหวฝ่ายตรงข้ามล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ 2 วัน จึงซ้อนแผนด้วยการนำกำลังไปแทรกซึมในจุดสุ่มเสี่ยงคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ อีกทั้ง ประสานให้กำลังภาคประชาชนแต่ละพื้นที่เข้ามามีส่วนช่วยแจ้งเบาะแสความเคลื่อนไหว นำไปสู่การติดตามกดดันไม่ให้สามารถก่อเหตุตามแผนการณ์ของฝ่ายตรงข้ามครั้งนี้ได้
โดยพล.ต.จตุพรกล่าวว่า ข้อมูลกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ มีข้อมูลหลักฐานจากการให้ข่าวของประชาชน และจากไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ประกอบเข้ากับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะนี้สามารถระบุกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุได้แล้ว โดยแบ่งเป็น 3 ชุดปฏิบัติการ โดยมีระดับแกนนำคนสำคัญของกลุ่มก่อความไม่สงบเป็นหัวหน้าชุด แบ่งหน้าที่ทำงาน ประกอบด้วย
1. กลุ่มนายซอบือรี เจ๊ะหะ ทำหน้าที่ปล้นรถกระบะจากอ.ยะรัง จ.ปัตตานี ส่งต่อให้กลุ่มที่3 กล่มของนายมะนาเซ ไซดี ที่นำลูกน้องไปก่อเหตุปล้นเต็นท์รถยนต์มือสองในอ.นาทวี จ.สงขลา และรวมกับกลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มนายบูคอลี หลำโสะ ชุดประกอบระเบิดแสวงเครื่องให้เป็นรถคาร์บอมบ์ ก่อนให้แนวร่วมขับออกไปเตรียมก่อเหตุคาร์บอมบ์ตามจุดที่กำหนด แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดกั้น จากความพยายามร่วมช่วยแจ้งเบาะแสของประชาชน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถยุติสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย ถึงกับต้องสูญเสียชีวิต ทรัพย์ ครั้งใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
พล.ต.จตุพรกล่าวต่อว่า จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์จนทราบแผนการก่อเหตุ และสถานที่หลบซ่อนตัวของคนร้ายในพื้นที่ต่างๆ โดยกลุ่มนายบูคอลี จากการติดตามพบว่ายังหลบซ่อนตัวและเคลื่อนไหวอยู่ในอ.เทพา อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี แต่ผลปฏิบัติการติดตามไล่ล่ามีข้อจำกัด เพราะการติดตามจับกุมทั้งเครือข่ายกลุ่มนี้ใช้วิธีซ่อนตัวอยู่บนเรือประมง และเคลื่อนที่ไปตลอดแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เชื่อมต่อแม่น้ำหลายสายที่เชื่อมสู่ทะเล ส่วนกลุ่มนายมะนาเซ พบว่า ยังหลบซ่อนอยู่ในเขต อ.เมืองปัตตานี ติดกับเขตรอยต่อ อ.ยะรัง อ.มายอ อ.ยะหริ่ง ใช้รูปแบบหลบซ่อนวนเวียนตามบ้านแนวร่วม นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจนว่า กลุ่มนายมะนาเซ เชื่อมโยงกับกลุ่ม นายบูคอลีมาร จากนี้ในส่วนการวางกำลังเฝ้าระวังป้องกันรถคาร์บอมบ์นั้น การตรวจพิสูจน์ทราบเสร็จสิ้นเกือบครบถ้วนแล้ว
พล.ต.จตุพล กล่าวด้วยว่า ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะสกัดการก่อเหตุใหญ่หลายจุดของคนร้ายครั้งนี้ไว้ได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ไว้วางใจ เพราะฝ่ายตรงข้ามยังคงดำรงจุดมุ่งหมายในความพยายามก่อเหตุต่อไป เพราะฝ่ายตรงข้ามเกิดสูญเสียชีวิต จึงต้องให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังป้องกัน โดยตรึงกำลังไว้และเสริมกำลังเข้ามาช่วยสกัดกั้นป้องกันเหตุตามแผน กอ.รมน.ภ.4 สน.ให้ปฏิบัติแบบเต็มรูปแบบ รวมทั้งให้เสริมกำลังเข้ามาเปิดแผนยุทธการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัย เพื่อกดดันกลุ่มก่อเหตุรุนแรงไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน
“สำหรับแผนค้นหาแหล่งประกอบระเบิดนั้น เบื้องต้นทราบว่าอาจอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างอ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ติดเขตอ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และในส่วนกำลังฝ่ายตรงข้ามที่แยกย้ายหลังก่อเหตุนั้น สามารถระบุชื่อได้หมดทั้งเครือข่าย”พล.ต.จตุพรกล่าว
และว่า การปฏิบัติที่นำมาสู่ความสำเร็จด้านการป้องกันเหตุที่เกิดขึ้น มาจากผลการให้ความร่วมมือที่มาจากการทำงานของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ภาคประชาชน งานด้านการข่าวกรอง โดยเครือข่ายประชาชนรายงานพบการเคลื่อนไหวหลายแห่งพร้อมกัน จึงประเมินสถานการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอาจมีการก่อเหตุครั้งใหญ่ จึงออกคำสั่งให้เคลื่อนย้ายกำลังพลเข้าพื้นที่ ตลอดจนยุทธวิธีเปิดเมือง โดยนำกำลังทุกภาคส่วน ทหาร ตำรวจ ปกครองและภาคประชาชนเข้ามาตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัด
พล.ต.จตุพรกล่าวอีกว่า อีกทั้ง ยังเป็นการมีส่วนร่วมสำคัญของเครือข่ายวิทยุเครื่องแดงที่มาร่วมแจ้งเบาะแสสกัดกั้น ทำให้คนร้ายมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวก่อเหตุ เพราะเครือข่ายวิทยุเครื่องแดงร่วมรายงานความคืบหน้าเบาะแสการเคลื่อนไหวติดตาม ควบคู่กับการตั้งด่านของแต่ละชุมชน จึงอยากฝากขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วม จนยับยั้งการก่อเหตุได้ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนสอบสวนพยานบุคคลและหลักฐานที่เกิดเหตุปล้นรถยนต์ทั้ง 7 คันมีความคืบหน้า โดยเฉพาะการติดตามเบาะแสของกลุ่มคนร้าย ที่มีพยานยืนยันแน่ชัดว่าเป็นกลุ่มขบวนการระดับสั่งการและระดับปฏิบัติการของกลุ่มก่อความไม่สงบร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีรายงานแนวทางสืบสวนสอบสวนทางลับจากการยืนยันภาพในแฟ้มอาชญากรรม ขั้นต้นเจ้าหน้าที่ชุดติดตามคดีความมั่นคงเร่งรวบรวมหลักฐานเตรียมยื่นให้ศาลออกหมายจับขั้นต้น 15 คน
ด้านพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมกล่าวถึงการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่สงบบุกปล้นเต็นท์รถที่อ.นาทวี จ.สงขลาว่า ต้องดูปัจจัยหลายอย่างที่อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุ รวมถึงเป็นไปได้อาจเกิดจากสมาชิกกลุ่มบีอาร์เอ็นจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้เข้าพูดคุยสันติสุข แต่ก็ยังไม่แน่ ขอให้จับคนร้ายให้ได้ทั้งหมดก่อน ซึ่งตอนนี้รู้ตัวหมดแล้วว่าเป็นใคร โดยขณะนี้จับได้แล้ว 1 คน และกำลังจะออกหมายจับอีก 4 คน ส่วนความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้นั้น ได้ติดต่ออยู่ตลอดกับทางการมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกอยู่ตลอด โดยต้องนำทุกกลุ่มมาพูดคุยไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเก่าหรือกลุ่มใหม่ รวมถึงพูดคุยในเรื่องที่ไทยจะกำหนดพื้นที่เซพตี้โซลขึ้นใน 5 พื้นที่
ที่มา: naewna
0 comments:
Post a Comment