Sunday, August 13, 2017

Tagged Under:

‘ผอ.ซีไอเอ’ปลอบ ตอนนี้ยังไม่มีอันตรายที่จะเกิด ‘สงครามนิวเคลียร์สหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ’

By: news media On: 6:00 PM
  • Share The Gag
  • ภาพที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวของทางการเกาหลีเหนือ แสดงให้เห็นการยิงขีปนาวุธข้ามทวีปแบบ “ฮวาซอง-14” ของโสมแดงเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้การทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปของเกาหลีเหนือเช่นนี้ ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มทวีขึ้น และมีความหวั่นเกรงกันว่า สงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯกับโสมแดงกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว

            เอพี/บีบีซีนิวส์/รอยเตอร์ – พวกเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ออกมาพูดในวันอาทิตย์ (13 ส.ค.) ว่า เวลานี้ไม่ได้มีภัยคุกคามว่ากำลังจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือ แต่ความเป็นไปได้ที่ประเทศทั้งสองจะทำศึกกัน ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากมายกว่าเมื่อสิบปีก่อน
         
           ทั้ง ไมค์ พอมเพโอ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (ซีไอเอ) และ พล.ท. เอช. อาร์. แมคมาสเตอร์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่างพยายามที่จะสร้างความมั่นใจขึ้นมาว่าสงครามยังเป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยในเวลาเดียวกันก็แสดงความสนับสนุนการพูดจาใช้ถ้อยคำแรงๆ ของทรัมป์ด้วย พวกเขาบอกว่าสหรัฐฯและชาติพันธมิตรไม่สามารถที่จะยืนอยู่เฉยๆ อีกต่อไป แล้วปล่อยให้เกาหลีเหนือเดินหน้าทำการพัฒนาขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีปที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ไปเรื่อยๆ

     ‘ผอ.ซีไอเอ’ปลอบ  ตอนนี้ยังไม่มีอันตรายที่จะเกิด ‘สงครามนิวเคลียร์สหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ’
    พล.ท. เอช. อาร์. แมคมาสเตอร์ ที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว (ภาพจากแฟ้ม) เขาออกมากล่าวในวันอาทิตย์ (13 ส.ค.) ว่า เวลานี้สหรัฐฯไม่ได้ขยับใกล้ถึงจุดทำสงครามกับเกาหลีเหนือมากกว่าเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน แต่เทียบกับเมื่อ 1 ทศวรรษก่อนแล้ว ก็ขยับใกล้เข้าไปมากทีเดียว

            “เราไม่ได้เข้าใกล้สงครามมากขึ้นกว่าเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน แต่เราก็กำลังเข้าใกล้สงครามมากกว่าเมื่อ 1 ทศวรรษก่อน” แมคมาสเตอร์กล่าว พร้อมกับเสริมว่าคณะบริหารทรัมป์กำลังเตรียมตัวเพื่อใช้วิธีทางทหารมาจัดการกับเกาหลีเหนือถ้าหากจำเป็น
         
           แต่เขาย้ำว่าสหรัฐฯกำลังดำเนิน “ความพยายามทางการทูตอย่างแน่วแน่มากๆ” ที่นำโดยรัฐมนตรีต่างประเทศ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ซึ่งเป็นการสมทบรวมกันกับมาตรการลงโทษคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ เพื่อหน่วงเหนี่ยวดึงรั้ง คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ไม่ให้ทำการยั่วยุต่อไปอีก
         
           “กองทัพสหรัฐฯกำลังล็อกเป้าและกำลังบรรจุอาวุธเอาไว้พร้อมอยู่ทุกวี่ทุกวัน” แมคมาสเตอร์กล่าว โดยพูดย้ำคำขู่ของทรัมป์
         
           ไม่แปลกใจถ้าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธอีก
         
           ทางด้าน พอมเพโอ ผู้อำนวยการ ซีไอเอ กล่าวว่า โครงการด้านอาวุธของเปียงยางกำลังมีความเคลื่อนไหวใน “อัตราความเร็วที่น่าตื่นตกใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา” และการที่เกาหลีเหนือจะทำการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งใหม่อีกครั้งหนึ่ง ก็จะไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอะไรเลย
         
           แต่เขาเตือนว่า “ความอดทนอดกลั้นเชิงยุทธศาสตร์” ของวอชิงตัน ก็กำลังหมดสิ้นลงเช่นเดียวกัน
         
           พอมเพโอกล่าวว่า เขามี “ความเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก” ว่า คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะ “พยายามอย่างต่อเนื่องในการพัฒนา” โครงการอาวุธของโสมแดง
         
           และเมื่อถูกถามว่าเกาหลีเหนือขยับเข้ามาใกล้แค่ไหนแล้วในการมีอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งสามารถโจมตีใส่สหรัฐฯได้ เขาก็ตอบว่า “พวกเขากำลังใกล้เข้ามา”
         
           ระหว่างให้สัมภาษณ์รายการ “ฟ็อกซ์ นิวส์ ซันเดย์” ของโทรทัศน์ฟ็อกซ์ นิวส์ คราวนี้ ผู้อำนวยการซีไอเอกล่าวด้วยว่า “พวกเขากำลังเคลื่อนไหวไปสู่ (เป้าหมาย) นั้นในอัตราความเร็วที่น่าตื่นตกใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

     ‘ผอ.ซีไอเอ’ปลอบ  ตอนนี้ยังไม่มีอันตรายที่จะเกิด ‘สงครามนิวเคลียร์สหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ’
    ไมค์ พอมเพโอ ผู้อำนวยการซีไอเอ (ภาพจากแฟ้ม) เขาพูดในวันอาทิตย์ (13 ส.ค.) ว่า เวลานี้ไม่ได้มีภัยคุกคามว่ากำลังจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือ

            ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานในเรื่องโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกหลังจากโสมแดงทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีข้ามทวีป 2 ครั้งในเดือนกรกฎาคม และเร่งรัดให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติต้องผ่านข้อมติลงโทษคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งสร้างความโกรธเกรี้ยวให้แก่ระบอบปกครองของคิม
         
           ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา วอชิงตันกับเปียงยางยังมีการใช้ถ้อยคำวาจาที่แสดงความเป็นปรปักษ์ต่อกันมาตอบโต้ใส่กันไม่หยุดหย่อน โดยที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คุกคามที่จะทำให้เกาหลีเหนือเผชิญกับ “ไฟและความโกรธแค้น”
         
           เกาหลีเหนือได้ออกมาประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ส.ค.) ถึงแผนการที่จะยิงขีปนาวุธไปตกลงใกล้ๆ กับเกาะกวมซึ่งเป็นฐานทัพทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯในแปซิฟิก ถึงแม้ยังไม่มีเครื่องบ่งชี้ใดๆ ว่ากำลังจะมีการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นก็ตามที
         
           จากนั้นทรัมป์ได้ตอบโต้โดยกล่าวว่า เกาหลีเหนือควรคาดหมายเอาไว้ได้เลยว่าจะต้องเจอกับ “ความลำบากอย่างใหญ่โต” หากเกิดอะไรขึ้นกับเกาะกวม
         
           ทรัมป์ยังโพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ (11) ว่า “หนทางแก้ปัญหาด้วยวิธีทางทหาร (ของสหรัฐฯ) เวลานี้กำลังอยู่ในภาวะพรักพร้อมเต็มที่แล้ว มีการล็อกเป้าและบรรจุอาวุธเอาไว้พร้อมแล้ว ถ้าหากเกาหลีเหนือกระทำสิ่งที่ไม่ฉลาดขึ้นมา” ขณะที่เปียงยางกล่าวหาเขาว่า “กำลังผลักดัน” คาบสมุทรเกาหลีให้เข้าไปสู่ “ปากขอบของสงครามนิวเคลียร์”
         
           ประธานาธิบดีสหรัฐฯยังกล่าวพาดพิงถึงผู้นำเกาหลีเหนือ โดยระบุว่า “ถ้าเขา (คิม) เอ่ยปากส่งเสียงข่มขู่อีกครั้ง ... หรือถ้าเขาทำอะไรก็ตามทีต่อเกาะกวมหรือสถานที่อื่นๆ ซึ่งเป็นดินแดนของอเมริกันหรือเป็นสหายของอเมริกันแล้ว เขาก็จะต้องได้รู้สึกเสียใจอย่างแน่นอน และเขาจะรู้สึกเสียใจอย่างรวดเร็วด้วย”
         
           แต่ในการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ พอมเพโอกล่าวปฏิเสธว่าเวลานี้ไม่ได้มีภัยคุกคามที่จะเกิดความขัดแย้งสู้รบด้วยนิวเคลียร์ขึ้นมา โดยเขาบอกว่า “ผมได้ยินชาวบ้านชาวช่องกำลังพูดจากันเกี่ยวกับเรื่องที่เรากำลังอยู่ตรงจุดปลายแหลมของสงครามนิวเคลียร์แล้ว แต่ผมยังไม่เห็นมีข่าวกรองใดๆ เลยซึ่งบ่งชี้ว่าเรากำลังอยู่ตรงนั้นในวันนี้”

     ‘ผอ.ซีไอเอ’ปลอบ  ตอนนี้ยังไม่มีอันตรายที่จะเกิด ‘สงครามนิวเคลียร์สหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ’
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ (ภาพจากแฟ้ม) ใช้ถ้อยคำดุเดือดรุนแรงตอบโต้กับฝ่ายเกาหลีเหนือในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีส่วนสำคัญที่ทำให้วิกฤตเกาหลีเหนือร้อนระอุเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ท่าทีเช่นนี้ของเขามีทั้งคนวิจารณ์และคนเชียร์

            ประเทศจำนวนมากแสดงความวิตกกังวลต่อการที่วิกฤตคราวนี้กำลังยกระดับความรุนแรงเพิ่มขึ้น จีนซึ่งเป็นชาติใหญ่รายเดียวที่ยังคงเป็นมิตรสหายของเกาหลีเหนือ ได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจ
         
           ขณะที่ ซิกมาร์ กาเบรียล รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี ได้เร่งเร้าในช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่า สหรัฐฯกับเกาหลีใต้ควรซ้อมรบร่วมตามแผนการที่วางเอาไว้ของพวกเขาในลักษณะที่ “ไม่เป็นการยั่วยุใดๆ เท่าที่สามารถกระทำได้”
         
           ในการให้สัมภาษณ์ อาร์เอ็นดี กลุ่มหนังสือพิมพ์ของเยอรมนี กาเบรียลกล่าวว่า การซ้อมรบร่วมเช่นนั้น “อาจทำให้เกาหลีเหนือใช้เป็นโอกาสสำหรับการทำการยั่วยุครั้งใหม่ ตัวอย่างเช่น การยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง-ไกล (intermediate-range) ใส่เกาะกวม”
         
           จากนั้น “ความรุนแรงที่หมุนวนเป็นเกลียวยกระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ” ก็อาจเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว เขาบอก
         
           อย่างไรก็ตาม สำหรับ วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม แห่งพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์อยู่บ่อยครั้ง เขากลับกล่าวว่าสนับสนุนวิธีจัดการกับเกาหลีเหนือของทรัมป์เท่าที่ใช้มาจนถึงเวลานี้

         
           “ผมไม่คิดว่ากำลังจะเกิดการปฏิบัติการทางทหารอยู่รอมร่อหรอก แต่เราก็กำลังอยู่ในเส้นทางที่จะเกิดการชนปะทะกับเกาหลีเหนือ” เกรแฮมกล่าวในรายการ “ฟ็อกซ์ นิวส์ ซันเดย์” ในวันอาทิตย์ (13) เช่นกัน “ผมคิดว่ามันเป็นการใช้ภาษาถ้อยคำที่ถูกต้องอย่างสิ้นเชิง ผมขอหนุนประธานาธิบดีทรัมป์ในเรื่องนี้”

         



    ที่มา:  manager

    0 comments:

    Post a Comment