
** เรื่องอัปยศเรื่องนี้รบกวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ช่วยเจียดเวลาหรือสั่งการให้ตรวจสอบ "ข้อเท็จจริง" ปัญหานี้ไม่ควรเกิดขึ้น "กล้องวงจรปิด" ของท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ น่าจะบันทึกภาพเคลื่อนไหว "พฤติการณ์" ไม่สวมใส่เครื่องแบบเดินคอตกแล้วบรรยากาศวุ่นวายหรือไม่อย่างไร ** เบื้องหน้าเบื้องหลังเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา "แวดวงสีกากี" โดยเฉพาะตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และอดีตตำรวจที่เคยสังกัดหน่วยงานนี้รู้ว่าเกิดความ "ขัดแย้ง" กันจริง โดยอ้างเหตุการณ์เริ่มจาก "นายพลอำนาจ" และนายตำรวจบางนาย รวมถึงหัวหน้าหน่วยงานใหญ่แห่งหนึ่ง เดินทางไปราชการที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันนั้น "นายพลนักปราชญ์" มาส่ง "ผู้เป็นนาย" แต่ต้องการไปพบบุคคลสำคัญบางคนที่อยู่บนเครื่องบินโดยสาร
** แม้ติดบัตรรักษาความปลอดภัยที่สามารถเข้าได้ถึงอากาศยาน แต่เจ้าหน้าที่ของสายการบินไม่อนุญาตให้เข้าไปเพราะเหตุใด "รู้แก่ใจ" ทำให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจหรือไม่อย่างไร ** เมื่อระบบอุปถัมภ์พังทลายแล้วถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไม่ได้ "ผู้เกี่ยวข้อง" คงอาจเข้าใจและเพิ่งนึกได้ว่าหาก "เคร่งครัด" กฎระเบียบก็ควรที่กระทำตามเช่นเดียวกันคือการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงเลือกใช้ขั้นตอนการตรวจ "รายการเกี่ยวกับพาหนะ" ก่อนที่เครื่องบินออกจากช่องจอด
** การปฏิบัติที่ถูกต้องสายการบินต้องกรอกข้อมูลทั้งหมดให้ "ผู้กำกับการ" และหรือ "สารวัตร" ของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบหลังจากคนประจำพาหนะ และผู้โดยสารเข้าสู่ภายในเครื่องบินและเตรียมปิดประตูรออนุญาตให้ออกจากช่องจอด ** อดีตที่ผ่านมาก่อนเกิดเรื่องไม่เข้าใจกันใช้ความ "อะลุ่มอล่วย" ระหว่างหน่วยงานไม่ให้เกิดความล่าช้า จึงใช้วิธี หากคนประจำพาหนะพร้อมรอให้บริการ และผู้โดยสารครบจำนวนรอเรียกขึ้นเครื่องบิน เจ้าหน้าที่ของสายการบินประจำภาคพื้นดินจะนำรายการที่กรอกข้อมูลเสร็จไปให้เซ็นอนุญาต ซึ่งเกือบทุกสายจะนำไปพร้อมกันไม่ต้องรอตรวจที่ละเที่ยวบิน ดังนั้นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนกะทันหันก็ทำให้เกิดความยุ่งยาก เพราะ "บิ๊กตำรวจ" บางนายไม่รักคุณเท่าฟ้า จึงเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผบช.สตม.คงน่าจะทราบเรื่องที่เกิดขึ้นบ้าง แว่วมาล่าสุด "คนใกล้ตัว" ถูกเตือนแบบผู้ดีแล้วนะ( อิอิ) **
ที่มา,www.komchadluek
0 comments:
Post a Comment