Friday, February 27, 2015

Tagged Under:

ไม่ให้ประกันพ่อแม่'สุวะดี' กองปราบฯ ส่งอัยการฟ้องพ่อแม่ 'สุวะดี' หลังสารภาพคดีหมิ่นเบื้องสูง กลั่นแกล้งสาวชาวบ้านให้ติดคุก ศาลอนุญาตฝากขัง ไม่ให้ประกันตัว

By: news media On: 6:02 PM
  • Share The Gag

  •   27 ก.พ. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  นายอภิรุจ สุวะดี อายุ 72 ปี และนางวันทนีย์ สุวะดี อายุ 66 ปี เข้ารายงานตัวต่อ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รรท.ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. และทีมสอบสวน ก่อนถูกนำตัวไปขอศาลฝากขัง และนำสำนวนการสอบสวนไปเสนออัยการพิจารณาส่งฟ้องในคดีหมิ่นเบื้องสูง , ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย และใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานแจ้งความเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ภายหลังสาวชาวราชบุรี อายุ 31 ปี ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไว้ก่อนหน้านี้

                                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่เดินทางมาถึงนายอภิรุจ และนางวันทนีย์ รวมทั้ง น.ส.ปณิตา สุวะดี ที่ติดตามมาด้วย เดินขึ้นไปยังห้องประชุม โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่มาเฝ้ารอติดตามทำข่าวเป็นจำนวนมาก

                                 ต่อมาเวลา 10.30 น. ภายหลังการตรวจสอบความเรียบร้อยของสำนวนและเอกสารต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว พล.ต.ต.ฐิติราช และ พ.ต.อ.อัคราเดช พร้อมคณะพนักงานสอบสวนร่วมกันแถลงข่าว โดย พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า เมื่อพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานๆ และสรุปสำนวนคดีเสร็จสิ้นแล้ว จึงนัดหมายให้ นายอภิรุจ และนางวันทนีย์ เข้าพบเพื่อส่งฟ้องคดีต่ออัยการและศาลอาญาต่อไป โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง

                                 พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวถึงการดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ว่า เป็นไปตาม ป.วิอาญา มาตรา 142 โดยก่อนหน้านี้็ดำเนินการตาม ป.วิอาญา มาตรา 134 จากนี้จะส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาต่อพนักงานอัยการ แต่ก่อนจะไปถึงอัยการ จะไปที่ศาลเพื่อขอฝากขังก่อน เสร็จแล้วจึงไปเรียนอัยการว่าผู้ต้องหารายนี้ได้ถูกฝากขังไว้ จากนั้นทางอัยการ ก็ต้องตรวจสอบสำนวนและมีความเห็น ว่าจะเห็นสอดคล้องกับความเห็นของพนักงานสอบสวนหรือไม่

                                 พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวต่อว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาในคดีมีเพียง 2 ราย ส่วน น.ส.ปณิตา ซึ่งเป็นบุตรสาวนั้น จะพิจารณาอนุญาตให้สามารถอยู่ใกล้ชิดกับผู้ต้องหาได้ เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้สูงอายุ และสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง

                                 พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวว่า นายอภิรุจ และนางวันทนีย์ ได้ให้การรับสารภาพ สำนึกผิดจริงๆ ไม่มีใครบังคับ ขู่เข็ญ ข่มขู่ใดๆ

                                 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวน ซึ่งมี พ.ต.อ.ประเสริฐ พัฒนาดี หัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้ควบคุมตัวนายอภิรุจ และนางวันทนีย์ ขึ้นรถตู้เดินทางไปยังศาลอาญาเพื่อขออำนาจฝากขัง

                                 โดยคำร้องบรรยายพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2546 ผู้ต้องหาทั้งสองได้แอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยการข่มขู่ ให้ผู้เสียหายเกิดความเกรงกลัว เนื่องจากผู้ต้องหาโกรธเคือง ที่ผู้เสียหายไปเที่ยวพูดกับบุคคลอื่นว่ารู้จักกับนายอภิรุจ จนทำให้เกิดข่าวลือว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการให้ผู้เสียหายต้องโทษจำคุก เพื่อให้หลาบจำ ซึ่งการข่มขู่ของผู้ต้องหาทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเกิดความเกรงกลัว จนมีการแจ้งความดำเนินคดีผู้เสียหายฐานฉ้อโกง ถึงแม้ผู้เสียหายจะไม่ได้กระทำผิดก็ตาม แต่ด้วยความหวาดกลัวการข่มขู่ของผู้ต้องหาทั้งสอง จึงต้องรับสารภาพไม่กล้าโต้แย้ง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องถูกศาลพิพากษาจำคุก 24 เดือน และเมื่อจำคุกไปแล้ว 1 ปี 6 เดือน จึงได้รับอภัยโทษ

                                 การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสองทำให้ได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติ เพราะเกรงจะได้รับอันตราย จนเวลาผ่านมา 10 ปีเศษ ผู้เสียหาย เห็นว่า ครอบครัวผู้ต้องหาทั้งสองถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการแอบอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบหลายคดี จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดี

                                 ทั้งนี้ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ ต่อมาญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 1 ล้านบาท ขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลเห็นว่า ข้อหาความผิดมีความร้ายแรง แม้ผู้ต้องหาทั้งสองจะเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา แต่ปรากฏพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนเสนอศาลเพียงพอมีเหตุอันควรเชื่อว่า หลังรับทราบข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และมีพฤติการณ์จะหลบหนีออกนอกราชอาณาจักร ดังนั้นจึงมีเหตุอันควรไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

                                 ต่อมาเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำนายอภิรุจ ขึ้นรถไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วนนางวันทนีย์ ถูกแยกไปควบคุมไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางบางเขน

    ที่มา,www.komchadluek

    0 comments:

    Post a Comment