Sunday, April 17, 2016

Tagged Under:

อุบัติเหตุ 6 วัน ตายพุ่ง 400 ศพ

By: news media On: 6:20 PM
  • Share The Gag
  •   อุบัติเหตุ6วันตายพุ่ง400ศพ เก๋งซิ่ง2รายชนต้นไม้ดับ4 ปชช.ทะลักกลับกรุงแน่น

    สังเวยสงกรานต์เลือด แค่ 6 วันอุบัติเหตุตายพุ่ง 397 ราย เจ็บ 3,271 ราย โคราชเสียชีวิตสะสมสูงสุด 18 ราย ลุ้น 5 จังหวัด “ตราด แพร่ ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู” ไร้ตาย ด้านรายงานอุบัติเหตุเกิดขึ้นต่อเนื่อง สาวศรีราชาซิ่งเก๋งกลับจากเล่นสงกรานต์ เสียหลักแหกโค้ง พุ่งชนเสาไฟฟ้า รถเหินข้ามเกาะกลาง ร่างทะลุกระจกรถออกมากระแทกพื้น เสียชีวิตอนาถ อีกรายเก๋งพุ่งชนต้นไม้ บริเวณเขาหน่อ จ.นครสวรรค์ เสียชีวิต 3 ศพ ขณะที่ ปปช.หลั่งไหลเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ทุกเส้นทางเนืองแน่นด้วยจราจร

    6 วันสังเวยพุ่ง 397 ศพ
           
    เมื่อวันที่ 17 เม.ย.59 ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ( ศปถ.) ประจำปี 2559 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนประจำปี 2559 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 380 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 59 ราย ผู้บาดเจ็บ 380 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 31.05 เมาสุรา ร้อยละ 28.16 ซึ่งยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.88 รองลงมา รถปิกอัพ ร้อยละ 10.08 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 69.21 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.32 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.47 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.58 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 49.54 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,127 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,796 ราย เรียกตรวจยานพาหนะ 654,354 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 108,717 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 31,016 ราย ไม่มีใบขับขี่ 29,840 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ 22 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดได้แก่ ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา พะเยา จังหวัดละ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 22 คน
             
    เมื่อสรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-16 เม.ย.59 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,104 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 397 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,271 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 5 จังหวัด ได้แก่ ตราด แพร่ ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ 158 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดได้แก่ นครราชสีมา 18 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ 166 คน
             
    สำหรับผลการปฏิบัติงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 46/2558 ประจำวันที่ 16 เมษายน 2559 ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 75,277 ราย แยกเป็น รถจักรยานยนต์พบการกระทำผิด 28,609 ราย ดำเนินการยึดรถ 865 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 104 ราย และส่งดำเนินคดีทางกฎหมาย 18,375 ราย รถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลตรวจพบผู้กระทำผิด 15,421 ราย ดำเนินการยึดรถ 298 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 612 ราย และส่งดำเนินคดีทางกฎหมายจำนวน 10,993 ราย สรุปผลการดำเนินการสะสมระหว่างวันที่ 9-16 เมษายน 2559 ตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับ 355,673 ราย แยกเป็นยึดใบอนุญาตขับขี่ 16,346 ราย ส่งดำเนินคดีทางกฎหมาย 110,909 ราย ยึดรถ 5,772 คัน ประกอบด้วยรถจักรยานยนต์ 4,353 คัน และรถยนต์ส่วนบุคคล 1,419 คัน
             
    ด้านนายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ในเส้นทางขากลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครในทุกภูมิภาคจะมีการจราจรหนาแน่น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้สั่งการจังหวัดกำชับตำรวจทางหลวงจัดเจ้าหน้าที่และสนธิกำลังอาสาสมัครอำนวยการจราจรบริเวณทางร่วม ทางแยก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ พร้อมพิจารณาปิดจุดกลับรถ ปิดสัญญาณไฟจราจร และเปิดใช้ช่องทางพิเศษในเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดให้สอดคล้องกับช่วงเวลาและปริมาณการจราจร นอกจากนี้ให้จังหวัดเร่งรัดตรวจสอบข้อมูลผู้บาดเจ็บที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตภายใน 30 วัน หลังเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ได้ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงมากที่สุด จะได้นำไปวิเคราะห์กำหนดมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ต่อไป

    สาวซิ่งเก๋งแหกโค้งเหินข้ามเกาะดับ
           
    สำหรับรายงานอุบัติเหตุการจราจรนั้น เวลา 12:36 น. ร.ต.ท.อำพล คล้ายวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งแหกโค้งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าเหินข้ามเกาะกลางถนน พลิกคว่ำมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดหน้าปั๊มเชลล์ ถนนสุขุมวิท ขาเข้าพัทยา อ.ศรีราชา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งมาสด้า 2 สีขาว หมายเลขทะเบียน ขฉ-4237 ชลบุรี พลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้าอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่าง น.ส.ณัฐฐาพร ตั้งธนะวัฒน์ อายุ 21 ปี นอนหมดสติ เจ้าหน้าที่จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ปั๊มหัวใจ และนำตัวส่งโรงพยาบาลวิภาราม และผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
             
    จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นรถเก๋งคันดังกล่าวเล่นน้ำสงกรานต์มาจากบางแสน และได้ขับขี่มาด้วยความเร็ว พอมาถึงที่เกิดเหตุได้เสียหลักแหกโค้งพุ่งชนเสาไฟฟ้า ก่อนกระเด็นข้ามเกาะมากลางถนน และร่างของ น.ส.ณัฐฐาพร ทะลุกระจกออกมากระแทกกับพื้นถนน จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน และจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงของการเกิดเหตุนี้อีกครั้ง ก่อนติดต่อญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป

    เก๋งพุ่งชนต้นไม้นครสวรรค์ดับ 3 ศพ
             
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ เสียหลักพุ่งชนต้นไม้เกาะกลาง บริเวณเขาหน่อ ถนนพหลโยธิน ขาเข้า อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 1 ราย และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 ราย สภาพรถเสียหายยับเยิน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงที่เกิดเหตุแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบและติดต่อญาติผู้ตายพร้อมเร่งเคลื่อนย้ายรถให้พ้นช่องทางการกีดขวาง

    ถนนมิตรภาพเข้ากรุงติด
           
    ผู้เสื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับหลังเทศกาลสงกรานต์ว่า เส้นทางหลักมุ่งสู่เขตภาคกลางและภาคตะวันออก ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ บริเวณทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา เลียบอ่างลำตะคอง ทางต่างระดับ อ.สีคิ้ว และทางหลวง 304 ถนนราชสีมา-กบินทร์บุรี สภาพการจราจรคับคั่ง รถติดสะสมยาวเคลื่อนตัวช้าสลับหยุดนิ่ง บริเวณช่วงผ่านทางแยกทางร่วมและชุมชนขนาดใหญ่ รวมทั้งหน้าสถานีบริการเชื้อเพลิง
           
    นายอำนวย ฤทธิรงค์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 สำนักงานทางหลวงที่ 10 (ทล.10 ) เปิดเผยว่า การจราจรบนทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ช่วงผ่านประตูหน้าด่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่กรุงเทพฯ และภาคกลาง ปริมาณรถมากเคลื่อนตัวได้ช้า สามารถใช้ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชะลอตัวสะสมบางช่วงในขณะผ่านทางแยกทางร่วมและทางลาดชัน รวมทั้งบริเวณหน้าสถานบริการเชื้อเพลิง จึงเปิดช่องทางพิเศษบรรเทาปัญหาบริเวณแยกบ้านวัด-จุดกลับรถตะโกทุ่ง อ.คง ระยะทาง 7.8 กิโลเมตร หน้าตู้ยามหนองงูเหลือม ต่อเนื่องถึงทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา สิ้นสุดที่จุดกลับรถบ้านหนองออก ต.จอหอ อ.เมือง ทางต่างระดับ อ.สีคิ้ว ช่วงหลักกิโลเมตรที่ กม.103-กม.94+300 และเขาน้อย อ.ปากช่อง กม.77 ระยะทาง 18 กม. คาดการจราจรบนทางหลักจะหนาแน่นสะสมต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

    เขาช่องตะโกรถติดหนึบ
           
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และ พล.ต.สันติพงษ์ ธรรมปิยะ ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ได้รับแจ้งจากตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี-สระแก้ว ซึ่งประจำอยู่บริเวณจุดตรวจทางขึ้นเขาช่องตะโก บ้านใหม่ไทยถาวร ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ว่าตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา บริเวณถนนสายสระแก้ว-บุรีรัมย์ ระหว่างเขาช่องตะโก ฝั่ง จ.บุรีรัมย์ และเขาช่องตะโกฝั่ง อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ระยะทางกว่า 5 กม. มีรถวิ่งผ่านลงเขามาจากฝั่ง จ.บุรีรัมย์จำนวนมาก ทำให้ทางลงเขาช่องตะโก ในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว มีรถหนาแน่นและติดสะสมเป็นช่วงๆ บริเวณร้านค้าจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองข้างถนนทางลงเขาช่องตะโก อีกทั้งได้รับการประสานมาจากตำรวจทางหลวง จ.บุรีรัมย์ เพื่อขอการสนับสนุนในการเปิดเส้นทางขึ้นและลงเขา สลับกันเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและไม่ให้รถติดสะสมบนเขาช่องตะโก
           
    หลังรับแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และ ผบ.กกล.บูรพาได้สั่งการให้นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว ประสานความร่วมมือกับตำรวจทางหลวงสระแก้วและตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ กำหนดเวลาร่วมกันในการเปิดช่องทางจราจรขึ้นและลงเขาช่องตะโก เพื่อให้รถยนต์สามารถวิ่งขึ้นและลงเขาช่องตะโกได้ครั้งละ 2 ช่องจราจร เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและไม่ให้เกิดการติดสะสมบนเขาช่องตะโก โดยให้เหลื่อมเวลาปล่อยรถที่ขึ้นเขาจากทางฝั่ง จ.บุรีรัมย์ครั้งละ 40 นาที และสลับทางขึ้นเขาฝั่ง จ.สระแก้วครั้งละ 30 นาที โดยแต่ละฝั่งมีจุดจอดและพักรถไว้ทั้ง 2 ฝั่ง จึงทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบายรถที่ขึ้นลงเขาช่องตะโกได้อย่างรวดเร็ว โดยมีกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 พัน 2 รอ.) นำกำลังทหารมาช่วยอำนวยความสะดวก ร่วมกับ จนท.อส.ฝ่ายปกครองอำเภอตาพระยา

    หมอชิต-หัวลำโพงแน่น
           
    บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ-หมอชิต ในช่วงเช้าวันนี้ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนทยอยเดินทางกลับจากภูมิลำเนา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นจำนวนมาก เพื่อเข้าทำงานที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่การบริการโดยเฉพาะในส่วนของแท็กซี่นั้น เริ่มมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ทำให้มีคิวประชาชนที่รอใช้รถแท็กซี่เพื่อออกจากพื้นที่ มีคิวยาวเป็นจำนวนมาก ส่วนมาตรการการรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่ ในส่วนของอาคารผู้โดยสารขาเข้าได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยรักษาความปลอดภัยของทางสำนักงานขนส่ง มาดูแลประชาชนเพื่ออำนวยความสะดวก และป้องกันมิจฉาชีพอาจแฝงตัวเข้ามาในช่วงที่มีเวลาผู้คนพลุกพล่าน

    หัวลำโพงคึกคัก ปชช.ทยอยเดินทางกลับ
             
    บรรยากาศการเดินทางกลับมาทำงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ในช่วงเช้าวันนี้เริ่มมีประชาชนใช้บริการรถไฟในการเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครจำนวนมาก แต่ยังไม่หนาแน่น พื้นที่รองรับผู้โดยสารบริเวณโถงสถานียังสามารถเดินเข้าออกได้สะดวก โดยผู้ที่เดินทางส่วนใหญ่จะเดินมาเป็นครอบครัวหรือหมู่คณะ พร้อมกับกระเป๋าสัมภาระจำนวนมาก ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด มีตำรวจรถไฟและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คอยยืนประจำตามจุดต่างๆ รวมถึงบางส่วนเดินตรวจตราความปลอดภัยและให้บริการประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีรถไฟทั้งขาเข้าและขาออกรอบพื้นที่ นอกจากนี้กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ ได้มาตั้งจุดบริการประชาชนเพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยของประชาชน ในช่วงเดินทางกลับมาทำงานของประชาชน 7 วันอันตรายอีกด้วย


    ที่มา:  banmuang

    0 comments:

    Post a Comment