โผล่อีก! แม่เฒ่าวัย 86 ปี ร้องลูกชายถูกตำรวจอุ้มหาย 17 ปี แจ้งความพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ ขณะที่ญาติพี่น้องเหยื่อแจ้งคนหายรวมแล้ว 18 ราย ขอตรวจดีเอ็นเอ 13 ราย ด้าน “ผบช.ภ.4” เผยนายกฯ ให้ความสำคัญสั่งเร่งรัดคดี “สุสานนักเลง” บ้านผือ เมืองอุดรฯ ยันทำงานตรงไปตรงมา จ่อออกหมายจับกลุ่มฆ่าเผานางบังอร “ผบก.นิติเวช” ระบุชิ้นส่วนกระดูกเผานั่งยางกลางป่า เป็นกระดูกมนุษย์ ชี้จากอายุกับสภาพถูกเผาจนแห้ง ยากต่อการตรวจดีเอ็นเอได้
จากกรณีเกิดเหตุที่สุสานเผานั่งยางที่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุดจับอยู่แนวเขตเทือกเขาภูพานน้อย บ้านคำบอนเวียงชัย หมู่ 3 ต.หนองแวง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ตำรวจปูพรมระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายตรวจหาหลักฐานพบจุดเผา 23 จุด เตรียมรวบรวมแฟ้มคดีบุคคลสูญหาย ยังไม่ฟันธงชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์เป็นฝีมือคนร้ายอุ้มฆ่า ขณะที่ญาติผู้สูญหายถือแฟ้มประวัติและรูปถ่ายมาให้ตำรวจตรวจ สอบเพื่อนำเถ้ากระดูกไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล ตามข่าวที่มีการเสนอนั้น
ส่วนความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 เม.ย.59 พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภาค 4 เปิดเผยว่า ได้ประชุมกับ พล.ท.วิชัย แชจอหอ แม่ทัพภาคที่ 2 และผู้บริหารงานด้านความมั่นคงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายหลังจากที่ตนได้ไปตรวจที่เกิดในวันแรกขณะนี้ได้พบซากของการเผาเพิ่มขึ้นอีก 8 จุด รวมเป็น 23 จุด ซึ่งตำรวจจะใช้ระบบและวิธีการเช่นเดิมคือ ตรวจและเก็บในที่เกิดเหตุแล้วนำไปตรวจดีเอ็นเอทั้ง 8 จุดที่เหลือเพิ่มเติม
ส่วนการสืบสวนกลุ่มบุคคลที่นำศพไปเผานั่งยางนั้น ตนเรียนว่าในจุดแรกๆ ที่มีผู้เสียชีวิตที่เราสามารถตรวจสอบได้คือนางบังอร เราพอจะทราบบุคคลที่มีการฆ่าและอำพรางศพ หลังจากนี้ตำรวจพยายามจะเชื่อมโยงพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อที่จะออกหมายจับกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ให้ได้ หลังจากนั้นความกระจ่างหรือความคลี่คลายถึงจุดอื่นๆ อาจจะเพิ่มหรือมีมากขึ้น คดีนี้ตนกำลังเร่งรัดอยู่ ส่วนจะนานแค่ไหนในการออกหมายจับนั้น เรื่องนี้ผลของการที่จะออกหมายจับก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน
ซึ่งคดีนี้เกิดตั้งแต่ปี 2557 หรือเมื่อ 3 ปีมาแล้ว ฉะนั้นตนเองมารื้อเพิ่มเติมก็ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง สำหรับจุดอื่นๆ ที่จะก้าวต่อไปได้คือ จะต้องตรวจดีเอ็นเอ ให้ทราบเสียก่อนว่าเป็นกระดูกมนุษย์และถูกเผา และจากการที่มีแจ้งความว่าคนหายในพื้นที่หรือพื้นที่ใกล้เคียงก็ตามต้องมาแจ้งความและดำเนินการเปรียบเทียบดีเอ็นเอกับญาติของผู้ที่มาแจ้งความว่า หาย
พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าวว่า คดีนี้อยากฝากไปยังผู้เสียหายทุกราย โดยถ้าพี่น้องประชาชนทราบข่าวหรือสื่อไปถึงอำเภอไหนของ จ.อุดรธานี หรือพื้นที่ใดที่ใกล้เคียง หรือสงสัยให้มาแจ้งกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่รับดำเนินการคดีนี้ เพื่อที่จะเตรียมตรวจสอบดีเอ็นเอ เพื่อมาเทียบกับการตรวจดีเอ็นเองในกองเถ้าหรือกองกระดูกที่เกิดเหตุที่ตำรวจกำลังตรวจอยู่ขณะนี้ ส่วนความหนักใจนั้น
ตนเรียนว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นเก่าก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ความหนักใจอะไรมันมีขั้นตอนของการดำเนินการอยู่ คงไม่หนักใจอะไร เพราะมีระเบียบวิธีการดำเนินการตามหลักนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลัก ซึ่งเราจะใช้วิธีประจักษ์พยานเป็นเรื่องยากพอสมควร ทาง สตช.ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก โดยให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ลงมาควบคุมการดำเนินการด้วยตัวเอง โดยให้ พล.ต.ท.ปิยะฯ ผช.ผบ.ตร. ติดตามคดี ตนเรียนว่าคดีนี้ตำรวจทำงานเต็มที่ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องห่วง เพราะตนมีวิธีการและกรอบการดำเนินการอยู่แล้ว
“ส่วนทั้ง 23 ศพจะเชื่อมโยงกันหรือคนละกลุ่มกันนั้น อันนี้คงยังตอบไม่ได้ชัดเจน เพราะเกิดต่างเวลา อาจจะเกิดจากกลุ่มเดียวหรือต่างกลุ่ม เพราะเวลาเนิ่นนาน แต่ศพที่ชัดเจนที่สอบสวนได้ขณะนี้คือนางบังอร ตั้งแต่ปี 2557 และสันนิฐานว่าจุดอื่นๆ อาจจะยากพอสมควรในการจะได้พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล คดีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจโดยสั่ง ผบ.ตร.ลงมาให้เร่งรัดเรื่องนี้ เพราะเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของตำรวจ” พล.ต.ท.บุญเลิศ กล่าว
ขณะที่ญาติพี่น้องผู้สูญหายได้เดินทางมา สภ.บ้านผือ เพื่อประสงค์ขอตรวจดีเอ็นเอกับชิ้นส่วนกระดูกที่พบบริเวณภูเขาขาด รายแรกคือนายสวาท พินิจเจริญ อายุ 48 ปีอยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 10 ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย ระบุว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.52 พระวิโรจน์ พินิจเจริญ อายุ 40 ปีน้องชายได้หายไปจากสำนักสงฆ์ป่ากอบ้านหนองหญ้าลังกา ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรธานี จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว
และรายที่ 2 คือนางพวงพยอม จันทรเสนา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี เข้าพบกับ พ.ต.ต.อัมพร ปลัดพรหมา พนักงานสอบสวน สภ.บ้านผือ ว่าวันที่ 22 มิ.ย.58 เวลากลางวัน นายอภิชัย ไชยวิเศษ อายุ 45 ปี น้องชายของผู้แจ้งได้หายจากสำนักงานขนส่ง 99 จ.กาฬสินธุ์ โดยไม่ทราบสาเหตุและตอนนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้
นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านจากหลายจังหวัดหลายอำเภอมาร้องตำรวจ สภ.บ้านผือ ว่าญาติพี่น้องหรือลูกหายไปหลังจากทราบข่าวว่าพบจุดเผานั่งยางจำนวนมากและยื่นความประสงค์พร้อมตรวจดีเอ็นแล้วจำนวน 13 ราย โดยพบว่ามีชาวบ้านมาแจ้งหายมาไกลเช่นจาก จ.มหาสารคาม จ.หนองบัวลำภู จ.เลย และยังมีอำเภอใกล้ๆ จุดเกิดเหตุคือ อ.สุวรรณคูหา อ.เมือง จ.เลย อ.กุดจับ อ.นายูง
โดยยอดชาวบ้านที่มาแจ้งคนหายแล้วจนถึงวันนี้ 18 รายและประสงค์ขอตรวจดีเอ็นเอจำนวน 13 ราย ส่วนอีก 5 รายเป็นชาวบ้านมาแจ้งข้อมูลคนหายให้เจ้าหน้าที่ทราบ และล่าสุดนางคำ ทองดี อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 13 บ้านใหม่ ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ได้ร้องกับสื่อมวลชนว่า ลูกชายคือนายสุริยา ทองดี อายุ 48 ปี หายไปเมื่อปี 2542 หรือเมื่อ 17 ปีที่แล้ว จนถึงขณะนี้ก็ยังหาตัวไม่พบ
โดยนางคำเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ย้อนไป 17 ปีหรือปี พ.ศ.2542 นายสุริยาซึ่งเป็นลูกชายคนเดียวของตนได้เข้าไปเที่ยวร้านอาหารในตัว อ.บ้านผือ จากนั้นก็มีผู้หญิงมาบอกตนว่าลูกชายถูก ตร.จับตัวไปแล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยจนถึงขณะนี้ก็ไม่พบตัว หลังจากลูกชายหายไปตนและพ่อของนายสุริยาได้ออกตามหาทุกๆ ที่ที่คาดว่าลูกชายจะถูกฆ่า รวมทั้งเข้าไปบริเวณป่าช้าคนเป็นด้วยสมัยนั้นก็ไม่พบ เคยไปแจ้งความที่ สภ.บ้านผือแต่ ตร.ก็ไม่รับแจ้งความ ตามหามานานจนพ่อของนายสุริยาคิดไม่ตกเรื่องลูกได้หนีไปบวชแล้ว ตอนนี้ยังมีความหวังว่าหากไม่เจอลูกชายตัวเป็นๆ ก็อยากได้กระดูกลูกชายมาทำบุญ
ด้าน พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ได้รับชิ้นส่วนกระดูกที่ถูกพบกว่า 20 จุด ในพื้นที่บ้านคำบอนเวียงชัย อ.บ้านผือ มาเกือบทั้งหมดแล้ว โดยยอมรับว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น มีกระดูกของมนุษย์แน่นอน เนื่องจากในทางวิทยาศาสตร์สามารถบอกได้ว่าเป็นกระดูกของมนุษย์หรือสัตว์ เพียงแต่ไม่สามารถระบุได้ชัดว่าเป็นกระดูกส่วนไหน
ซึ่งขณะนี้ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากญาติของกระดูกต้องสงสัย ที่ถูกพบก่อนนำมาเปรียบเทียบดีเอ็นเอ เพื่อตรวจพิสูจน์ตัวบุคคล คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพราะกระดูกที่พบมีจำนวนมาก และยอมรับว่าอายุและสภาพกระดูกที่ถูกเผา จนแห้งทำให้ยากต่อการตรวจสอบ หรืออาจทำให้ไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้ แต่ยืนยันเจ้าหน้าที่จะเร่งทำงานให้เร็วที่สุดและดีที่สุด เพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ลงพื้นที่ตรวจบริเวณป่าภูเขาขาด โดยสังเกตในภาพขณะที่รอ งผบ.ตร.เดินไปตรวจบริเวณหลุมที่ 3 อยู่นั้นน้องนักข่าว เมเนเจอร์ออนไลน์ประจำ จ.อุดรธานี ใช้มือถือถ่ายภาพก็ปรากฏร่างของผู้หญิงใส่เสื้อหญิงกางเกงสีดำแต่เห็นพอลางๆ โดยจากจุดที่ผู้หญิงยืนอยู่นั้น และห่างจากจุดรอง ผบ.ตรยืนประมาณ 20 เมตร ซึ่งอยู่บริเวณจุดที่ 18 ที่มีการพบจุดเผานั่งยางพอดีที่ ซึ่งหากเชื่อเรื่องวิญญาณมีจริงคงเป็นภาพหญิงสาวที่ถูกเผาแล้วจะมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตร.ชั้นผู้ใหญ่ดูแล้วขนลุกเลยทีเดียว แต่ควรใช้วิจารญาณในการรับชมภาพ
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านคำบอนเวียงชัยว่าเคยมีเซียนหวยเข้าไปขอหวยบริเวณดังกล่าวแต่ได้ยินเสียงผู้หญิงหลายคนร้องขอความช่วยเหลือว่า ช่วยด้วยช่วยด้วย แต่พอเซียนหวยส่งไฟดูก็ไม่เห็นใครทำให้ต้องวิ่งหนีไม่คิดชีวิต นับเป็นเรื่องราวลี้ลับอีกมุมหนึ่งที่ป่าช้าคนเป็นแห่งนี้
ที่มา: banmuang
0 comments:
Post a Comment