Monday, April 18, 2016

Tagged Under:

เหลียวหลัง แลหน้า เศรษฐกิจธุรกิจ....ลือ!!จีน ถล่ม ดอลลาร์ ผลจะเป็นยังไง?

By: news media On: 5:58 PM
  • Share The Gag
  •  เหลียวหลัง แลหน้า เศรษฐกิจธุรกิจ....ลือ!!จีน ถล่ม ดอลลาร์ ผลจะเป็นยังไง?

    0000  ราคาทองคำตั้งแต่ก่อนปีใหม่มาจนถึง สงกรานต์ เป็นขาขึ้นค่อนข้างแรง เคยลงไปลึกสุด ที่ 1050 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ไล่ขึ้นมา
    ปิดเหนือ 1200 เหรียญ/ออนซ์ ทำให้ราคาทองคำในประเทศไทย พุ่งทะลุบาทละ 20000 ทีนี้มีการคาดการณ์กันไปต่างๆ นาๆ ว่า ทองคำ
    จะเป็นขาขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เพราะว่า จีน กำลังระบายสินทรัพย์ที่เป็นสกุลดอลลาร์ เพื่อมาถือครอง "ทองคำ" แทน คือพูดง่ายๆ ว่า จีน
    ต้องการลดบทบาทดอลลาร์ในตลาดโลกลง เกิด "สงความเศรษฐกิจ" ย่อยๆ และน่าจะขยายตัวต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจาก ความสัมพันธ์
    ระหว่าง สหรัฐ กับ จีน ไม่ค่อยดีนักในช่วงนี้ มีข้อพิพาทค่อนข้างเยอะ ซึ่งราคาทองคำขึ้นไปทำ New High ในรอบนี้เมื่อปลายเดือนก
    .พ. ที่ผ่านมา ที่ระดับ 1272 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หลังจากนั้น ก็มีแรงเทขายออกมา ยังเล่นวนๆ อยู่แถวๆต่ำกว่า 1250 เหรียญ
    สหรัฐ/ออนซ์...

     0000ทีนี้ทิศทางหลังจานี้จะไปยังไงต่อไป เพราะยังไม่มีปัจจัยใหม่ ที่จะทำให้ราคาทองคำพุ่งปรี๊ดขึ้นไปทำ New High ใหม่ได้ มีแต่
    "ข่าวลือ" ว่า จีน จะถล่มตลาดพันธบัตรสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่า คงทำได้ยาก เพราะถ้า จีน เทขายพันธบัตรสหรัฐออกมา คนที่บาดเจ็บที่สุด
    ก็คือ จีน นั่นแหละ เพราะจีนถือครองพันธบัตรสหรัฐ มากที่สุดในโลก ถืออยู่มากถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แค่จีนถล่มขายให้
    พันธบัตรลดค่าลงมา 10% สินทรัพย์ของจีน ก็จะด้อยค่าลงถึง 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่า จีน คงไม่ทุบตัวเองแน่นอน
    ยิ่งสถานะของจีนเองตอนนี้ ก็ไม่ได้ดีเหมือนก่อน แม้ GDP จะยังเติบโต แต่ก็โตแบบชะลอตัวลงเรื่อยๆ ตามภาวะเศรษฐกิจโลก และ
    ยอดส่งออกที่ลดลง ราคาทองคำคงไม่แพงแบบพรวดพราด แต่ยังคงเป็นขาขึ้น เมื่อเศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยง "ทองคำ" ยังไง
    ก็ถือว่าเป็น "สินทรัพย์" ที่มีความมั่นคงมากที่สุด...เหมือนเดิม!

     0000พูดถึงเรื่อง พันธบัตรสหรัฐ หันกลับมาพูดเรื่อง พันธบัตรไทย กันบ้าง ซึ่งนักลงทุนไทย ไม่ค่อยให้ความสนใจเพราะเป็นตลาด
    ของ "รายใหญ่" พวกสถาบันการเงิน หรือบริษัทใหญ่ๆ ที่จะเข้ามาเล่นในตลาด หรือถือครองมากกว่า เผลอแป๊บเดียว จากที่เริ่มตลาด
    พันธบัตร หรือตลาดตราสารหนี้ เมื่อปี 2543 ที่มีมูลค่า 1.63 ล้านล้านบาท วันนี้ ตลาดตราสารหนี้มียอดทะลุ 10 ล้านล้านบาท ขึ้นมาแล้ว
    โดยขยายตัวเฉลี่ยปีละ 12% แต่ ตราสารหนี้ ส่วนใหญ่ ยังคงเป็น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรแบงก์ชาติ มากถึง 75% ขณะที่ตราสาร
    หนี้ภาคเอกชน (หุ้นกู้) มีเพียง 25% "ธาดา พฤติธาดา" กรรมการ ผู้จัดการสมาคมตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บ่นน้อยใจว่า นักลงทุน
    ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับตลาดตราสารหนี้ ที่กำลังเติบโต และมียอดซื้อขายต่อวันสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท ซื้อขายกันมากกว่า "ตลาดหุ้น"
    ซะอีก แต่ยังเชื่อว่า ในอนาคตต่อไป "หุ้นกู้" ของบริษัทเอกชน จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเอกชนหันมานิยมออกหุ้นกู้กันมากขึ้น
    ตลาดตราสารหนี้ของไทย สดใสแน่นอน ยิ่ง ThaiBMA ได้นำเสนอต่อ ก.ล.ต. ให้ทำการปรับปรุงเกณฑ์เพื่ออนุญาตให้นักลงทุนไทย
    สามารถซื้อหุ้นกู้ของ บริษัทไทย ที่ออกเป็นสกุลเงินต่างประเทศ และเสนอขายในต่างประเทศได้ในเวลาเดียวกับที่มีการเสนอขายต่อ
    นักลงทุนต่างชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อไหร่ ตลาดตราสารหนี้ไทย คงไม่น้อยหน้าใครในเอเชีย...

     0000คิดถึงแหล่งข่าวเก่าๆ อย่าง "ป๋าสุเทพ วงศ์วรเศรษฐ" อดีดเอ็มดี บงล.ศรีมิตร ที่หายหน้าไปนาน และกลับมาเปรี้ยงปร้างเมื่อปลายปี
    2558 ด้วยการเทกโอเวอร์ บมจ.มั่นคงเคหะการ หรือ MK ด้วยวงเงิน 1,198.46 ล้านบาท โดยซื้อจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขาใหญ่
    อย่าง "ชวน ตั้งมติธรรม" เรื่องนี้คงไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน คนอย่าง "ป๋าสุเทพ" ที่กล้าโดดเข้ามาในธุรกิจอสังหาฯ ในช่วงตลาดขาลง
    เศรษฐกิจทรุด คงมีแผนงานอะไรอุบไว้ในใจอย่างแน่นอน เมื่อดูผลดำเนินงานปี 2558 ของ MK ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ทำกำไร
    สุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 626 ล้านบาท หรือสูงกว่าปี 2557 ถึง 40% มีรายได้จากการขายและบริการ 3,749 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
    60% "ป๋าสุเทพ" วาดฝันเอาไว้ว่า ภายใน 5 ปีจากนี้ จะมีกำไรไม่ต่ำกว่าปีละ 900 ล้านบาท และในปีที่ 5 บริษัทจะมีรายได้แตะระดับ
    หมื่นล้านบาท...ขอให้ประสบความสำเร็จจ้า!

     0000เป็นข่าวฮือฮา เมื่อปีก่อน ที่ "ธีรวุทธิ์ ปางวิรุฬห์รักข์" ซีอีโอ ของ บมจ. อี ฟอร์ แอล เอม (EFORL) เข้าเทกโอเวอร์ คลินิกความงาม
    ชื่อดังของประเทศไทย "วุฒิ-ศักดิ์" หรือบริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์ กรุ๊ป (WCIG) ด้วยวงเงินสูงถึง 4.5 พันล้านบาท วันนี้ "ป๋า
    ธีรวุทธิ์" มีข่าวดีมาบอกอีกแล้วว่า กำลังจะเอา "วุฒิศักดิ์" เข้าตลาดหุ้นให้ได้ภายในปีนี้ ด้วยสาขามากกว่า 120 สาขา และต่างประเทศอีก
    12 แห่ง โดยจะระดมทุนประมาณ 1000 ล้านบาท จิ๊บๆ เพราะ "วุฒิศักดิ์" มีรายได้สูงเกือบปีละ 5 พันล้านบาท และน่าจะเติบโตอย่าง
    ต่อเนื่อง ซึ่งก็น่าจะจริงว่า สมัยนี้คนหันมาสนใจเรื่องความสวยความงามกันมากขึ้น มีข่าวในโซเชี่ยลทุกวัน ว่าคนโน้นคนนี้หน้าตา
    เปลี่ยนไป สวยขึ้นดูดีขึ้นประมาณนี้ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะไม่ดียังไง แต่คนไทยเรื่องรักสวยรักงาม ยังไงก็ต้องมาก่อน...เรื่องหน้าตา คน
    ไทยให้ความสำคัญมากกว่าหนี้สินเสมอเจ้าค่ะ!


    0000ตบท้าย ในช่วงภัยแล้ง น้ำท่าหายาก ขนาดเล่นสงกรานต์ยังไม่มีน้ำให้เล่น แต่เครื่องกรองน้ำกลับขายดีซะงั้น “วิรัช วงศ์นิรันดร์”
    ซีอีโอ บมจ.เธียรสุรัตน์ หรือ TSR ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกรองน้ำ ฝากมาบอกคนรักสุขภาพทั้งหลาย ตอนนี้เครื่องกรองน้ำ SAFE
    รุ่น ROMA Alkaline Plus ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน AS/NZS 4020:2005 จาก ams Laboratories Pty. Ltd. (ประเทศออสเตรเลีย)
    เพิ่มอีก 1 รุ่นเป็นที่เรียบร้อย! ถือเป็นการการันตี ของดี มีคุณภาพ เพราะที่ผ่านมา SAFE ส่งสินค้าเข้าทดสอบมาตรฐานไป 3 รุ่น ก็ผ่าน
    ฉลุยยกครัว แบบนี้ผู้บริโภคสบายใจหายห่วงได้ เข้าตำรา “สุขภาพดีมีชัยไปกว่าครึ่ง”

    ที่มา:    siamrath

    0 comments:

    Post a Comment