สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของรัฐบาลเปียงยางรายงานเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมว่า กองทัพประเทศเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ฉบับใหม่ยืนยันว่า พวกเขาพร้อมจะยิงขีปนาวุธ 4 ลูกไปยังเป้าหมายใกล้เกาะกวม ซึ่งเป็นที่มั่นสำคัญของฐานทัพสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิกช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้
โดยพลเอกคิม รัค-เกียม ผู้บัญชาการกองกำลังยุทธศาสตร์แห่งกองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ)ระบุว่า รัฐบาลเปียงยางเตรียมแผนทางการทหาร เพื่อยิงขีปนาวุธพิสัยปานกลาง (IRBM)ชื่อ ฮวาซอง-12 จำนวน 4 ลูกโจมตีเกาะกวม เพื่อขัดขวางกองกำลังสหรัฐ ที่ตั้งฐานทัพขนาดใหญ่บนเกาะกวม และเป็นการส่งคำเตือนครั้งสำคัญให้สหรัฐอเมริกา โดยการวางแผนเสร็จสิ้นภายในกลางเดือนสิงหาคม ก่อนรายงานไปยังนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือและรอเพียงคำสั่งอนุมัติเท่านั้น ซึ่งทันทีที่ได้รับคำสั่งยิงขีปนาวุธจะใช้เวลา 1,065 วินาที ในการเดินทางเป็นระยะทาง 3,356.7 กิโลเมตร ผ่านเมืองชิมาเนะ เมืองฮิโรชิมา และเมืองโคอิจิของญี่ปุ่น ก่อนโจมตีน่านน้ำที่ห่างจากเกาะกวมเพียง 30-40 กิโลเมตร
พลเอกคิมยังตอบโต้คำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐที่ระบุ รัฐบาลเปียงยางต้องเผชิญความโกรธเกรี้ยวอย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน หากไม่หยุดคุกคามสหรัฐฯด้วยว่า เป็นคำพูดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับชายผู้ไร้เหตุผล มีเพียงกำลังเท่านั้นที่ใช้กับเขาได้ อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของเกาหลีเหนือไม่ระบุว่าจรวด ฮวางซอง-12 ที่เกาหลีเหนือจะยิงไปเกาะกวม ติดตั้งหัวรบด้วยหรือไม่
สำหรับแถลงการณ์อันแข็งกร้าวของเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดนี้ มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐกล่าวประณามรัฐบาลนายคิม จอง-อึนอย่างรุนแรงว่า เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อสหรัฐ และถ้ายังเดินหน้าข่มขู่เช่นนี้ต่อไป เกาหลีเหนืออาจเผชิญเปลวเพลิงและความเกรี้ยวกราด ในแบบที่โลกไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลกใบนี้ อีกทั้ง นักวิเคราะห์ในหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯประเมินว่า ตอนนี้เกาหลีเหนือสามารถผลิตหัวรบนิวเคลียร์ย่อส่วนได้แล้ว
ขณะที่พล.อ.เจมส์แมตทิส รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า เกาหลีเหนือควรยุติแผนการใดก็ตามที่อาจนำไปสู่การล่มสลายของระบอบอำนาจตระกูลคิม และสร้างความสูญเสียร้ายแรงให้ประชาชนของตัวเอง พร้อมเตือนว่าเกาหลีเหนือไม่มีทางเอาชนะสหรัฐได้ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันสะสมอาวุธหรือการสู้รบด้วยอาวุธก็ตาม
ด้านนายโยชิฮิเดะ ซึกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวว่า ความอดทนของญี่ปุ่นที่มีต่อสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีมีขีดจำกัด และการที่รัฐบาลเปียงยางประกาศจะยิงขีปนาวุธพิสัยกลางโจมตีฐานทัพสหรัฐบนเกาะกวม ถือเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นและประชาคมโลกเช่นกัน ซึ่งกองกำลังป้องกันตนเอง ( เอสดีเอฟ ) จะใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุรายละเอียดมาตรการดังกล่าวว่าคืออะไร แต่ที่ผ่านมาเอสดีเอฟเคยใช้ระบบต่อต้านขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศแพทริออตแพ็ค-ทรี ( Patriot PAC-3 ) ยิงสกัดขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่เข้าใกล้น่านฟ้าของประเทศมาแล้ว
ส่วนนายเอ็ดดี แคลโว ผู้ว่าการเกาะกวมกล่าวถึงการที่เกาหลีเหนือประกาศความพร้อมยิงขีปนาวุธโจมตีเกาะกวมกลางเดือนสิงหาคมว่า เป็นสงครามจิตวิทยาของรัฐาลเปียงยาง ในการสร้างความกลัวล่วงหน้าให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเชื่อว่าระบบป้องกันขีปนาวุธในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นจะสกัดจรวดของเกาหลีเหนือได้ก่อนที่เดินทางมาถึงเกาะกวม นอกจากนี้ บนเกาะกวมเองมีระบบป้องกันขีปนาวุธเช่นกัน ซึ่งตั้งอยู่ภายในฐานทัพอากาศและท่าจอดเรือของกองทัพสหรัฐ พร้อมทหารอีกประมาณ 7,000 นาย และขอให้ประชาชนเชื่อมั่นศักยภาพทางทหารของสหรัฐว่าจะสามารถคุ้มครองหนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐบาลวอชิงตันได้แน่นอน หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจริง
สำหรับเกาะกวมนั้น ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันตก เป็นจุดประจำการสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งหนึ่งของสหรัฐฯ ทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดพิสัยไกล เครื่องบินทหาร และเรือดำน้ำ ที่มักถูกส่งออกไปยังคาบสมุทรเกาหลี เพื่อแสดงแสนยานุภาพของอเมริกา
รายงานข่าวแจ้งว่า ท่าทีแข็งกร้าวของผู้นำสหรัฐฯสร้างความกังวลต่อจีนและพันธมิตรอเมริกาในภูมิภาค ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐตกลงอย่างหนัก สาเหตุจากความหวั่นวิตกของนักลงทุนซึ่งแห่ไปกว้านซื้อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า
ที่มา: naewna
0 comments:
Post a Comment