Thursday, August 10, 2017

Tagged Under:

หมายเรียก”ร้อยเอก”ผู้ต้องหา เค้นคดี ผอ.สาวหายตัว ตร.ตามถึงค่ายทหารที่ จ.อุบล เจอหลักฐาน-รับโอนเงิน3แสน สอบ”เสี่ยต.”คนซื้อต่อเก๋งวีออส

By: news media On: 6:31 PM
  • Share The Gag
  • ตร.ออกหมายเรียก”ร้อยเอก”ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ให้ปากคำตร.วันนี้ ชี้เป็นผู้ต้องหาคดีความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ จนท.ส่งหมายถึงค่ายทหาร พบอีกเส้นทางการเงินที่เจ้าตัวไลน์ขอยืมครอบครัวกว่า 3 แสนบาท โอนเข้าบัญชีร้อยเอก ขณะที่จนท.สั่งอายัดรถเก๋งวีออสที่เจอในอู่ทำสีที่อุบลฯ สอบสวนเสี่ย ต. ที่ซื้อรถ ระบุซื้อมาจากน้องที่เป็นนายหน้าในราคา 2 แสนบาท ระบุเจอประกาศขายในเฟซบุ๊กจึงตกลงซื้อ ยินดีให้ความร่วมมือตำรวจทุกอย่าง

    จากกรณี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษขับรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ หายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา นานกว่า 1 เดือนเศษ ซึ่งพ่อแม่ญาติพี่น้องเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ ตอสูงเนิน รอง ผกก.(สส.) สภ.บึงมะลู เพื่อให้เจ้าหน้าที่ ตร.ช่วยติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ พร้อมเข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชน เพื่อให้ช่วยติดตามอีกทางหนึ่งด้วย ล่าสุด พล.ต.ต. สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ เร่งรัดให้คณะชุดคลี่คลายคดีเร่งสืบสวนติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์ อย่างเร่งด่วน จนกระทั่งพบรถเก๋งที่หายไป ซึ่งพ่อแม่คาดว่า น.ส.จุฑาภรณ์ ยังมีชีวิตอยู่ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

    ความคืบหน้า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 83/1 ม.3 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บ้านของนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี และนางแหลม อุ่นอ่อน อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาสอบถามความคืบหน้าของการติดตามหาตัว น.ส.จุฑาภรณ์

    ขณะที่นายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ ไปติดต่อกับ พ.ต.ท. ปิยวัฒน์ เจ้าของคดี เพื่อขอทราบรายละเอียดของการพบรถเก๋ง และหากไม่ติดขัดด้านกฎหมาย ก็จะขอรถกลับมาคืน อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดี สั่งอายัดรถเก๋งไว้ตรวจสอบก่อน

    นางแหลม แม่ของน.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ในวันแม่ของทุกปี น.ส.จุฑาภรณ์หรืออ้อย จะพาน้องใบเฟิร์น อายุ 8 ขวบ ซึ่งเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว มา กราบตนในฐานะแม่ใหญ่ทุกปี โดยจะซื้อขนมนมเนยและอาหารมากินกันในวันแม่ทุกปี แต่ว่าปีนี้ใกล้จะถึงวันแม่แล้ว อ้อยมาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่สามารถติดต่อได้ จึงอยากขอให้อ้อยติดต่อกลับมาหาแม่โดยด่วนที่สุดด้วย จะเป็นตายร้ายดีแม่ก็รักลูกเหมือนเดิม แม้ว่าจะไม่ได้ทำงานราชการเหมือนเดิม แต่ว่าอ้อยก็เป็นลูกของแม่เสมอ

    นางแหลม กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นต่อไปว่า ทาง ร.ร.ที่น้องใบเฟิร์นไปเรียนหนังสืออยู่ จะมีการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ครูที่ร.ร.ต้องให้แม่ไปนั่งให้ลูกกราบไหว้ หากอ้อยไม่กลับมาแล้ว จะให้น้องใบเฟิร์นกราบไหว้ใคร ทุกวันนี้ตายายและญาติพี่น้องทุกคนจะบอกน้องใบเฟิร์นว่า แม่ไปอบรมยังไม่กลับมา ซึ่งน้องใบเฟิร์นจะถามว่า ทำไมแม่ไปอบรมนานมาก ยังไม่กลับมาซักที ตนไม่รู้ว่าจะบอกหลานอย่างไร เพราะว่าไม่อยากให้หลานสาวเสียใจที่เกิดเหตุเช่นนี้กับอ้อย จึงหวังว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง ขอวอนให้อ้อยกลับมาบ้านให้ทันวันแม่แห่งชาติที่ทาง ร.ร.จะจัดงานนี้ขึ้น เพื่อให้น้องใบเฟิร์นได้กราบเท้าอ้อยในวันแม่แห่งชาติปีนี้ด้วย

    ด้านนายสุเรียน ปูพะมูล นายก อบต.ชำ ผู้บังคับบัญชาของ น.ส.จุฑาภรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้นางยาพร อุ่นใจ รองปลัดอบต.ชำ ซึ่งตนตั้งให้เป็นประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้เรียกพนักงานทุกคนของ อบต.ชำ รวมทั้งญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ มาสอบสวนหาสาเหตุ ที่น.ส.จุฑาภรณ์ หายตัวไป เนื่องจาก น.ส. จุฑาภรณ์ ขาดราชการเกินกว่า 15 วันแล้ว หากว่าน.ส.จุฑาภรณ์มีเหตุสุดวิสัย เช่นถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ ก็จะเป็นสาเหตุสำคัญในการที่จะสามารถรับราชการต่อไปได้ อย่างไรก็ตามพวกตนทุกคนห่วงใย น.ส.จุฑาภรณ์ เป็นอย่างมาก ขอให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง เพื่อที่จะได้มาทำงานร่วมกันเช่นเดิมต่อไป

    ขณะที่พ.ต.ท.ปิยวัฒน์ เจ้าของคดีนี้ กล่าวว่าตนทำเรื่องขออายัดรถเก๋งของน.ส.จุฑาภรณ์ ที่ตรวจพบขณะกำลังทำสีอยู่ที่อู่รถแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานีแล้ว แต่จะต้องรอการพิจารณาสั่งการจากหัวหน้าคณะชุดคลี่คลายคดีนี้เสียก่อน ว่าจะมีแนวทางในการสอบสวนเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. สุรเดช ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ การคลี่คลายคดีนี้มีความคืบหน้าไปเป็นอย่างมากทีเดียว

    ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.ท.สังวร วันทะวี สารวัตรสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นำทีมเข้าตรวจยึดรถยนต์เก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ซึ่งเสี่ย ต. ซื้อรถคันนี้มาจากคนรู้จักที่เป็นนายหน้า ติดต่อกับผู้ขายอ้างชื่อเป็น น.ส.จุฑาภรณ์ ผ่านทางเฟซบุ๊กในราคา 2 แสนบาทเศษ


    ต่อมามีชายคนหนึ่งขับรถมามอบให้กับเสี่ยต. ที่จ.อุบลราชธานี และเสี่ยต. โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งให้กับ น.ส. จุฑาภรณ์ เป็นค่าซื้อรถคันนี้

    สำหรับการเข้ายึดรถครั้งนี้ ทีมสืบสวนในคดีดังกล่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.นายวิทยา สามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ตามคดีอาญาที่ 576/2560 ว่าเมื่อวันที่ 3 ก.ค. น.ส. จุฑาภรณ์ หายตัวไปจากบ้านพร้อมรถยนต์คันดังกล่าว

    ต่อมามีนายทหารคนหนึ่งนำรถของน.ส. จุฑาภรณ์ มาขายให้กับเสี่ย ต.พ่อค้ารถยนต์มือสอง พร้อมนำรถมาให้ช่างอู่เคาะพ่นสีไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 123 หมู่บ้านหนองกาน หมู่ 12 ต.หัวเรือ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ขัดลอกทำสีรถใหม่ จึงมาอายัดรถและเข้าตรวจร่องรอยหาหลักฐาน ซึ่งพบเอกสารของ อบต.ชำ ขวดนม ของใช้ส่วนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ และวันนี้ จึงได้มาขอยึดรถคันดังกล่าว ใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวน

    เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงหมายยึดรถให้เสี่ยต. ที่ซื้อรถมาอีกทอด ก็ยินยอมให้พนักงานสอบสวนนำรถไปได้ โดยเจ้าหน้าที่นำรถสไลด์มายกรถไป พร้อมสอบปากคำนาย บุญชู ศิรินนท์ อายุ 48 ปี เจ้าของอู่เคาะพ่นสีที่รับจ้างทำงานไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมด้วย

    ด้านเสี่ย ต.เปิดเผยว่า ซื้อรถมาจากน้องที่เป็นนายหน้าหาซื้อรถตามบ้านแล้วนำมาขายต่อให้ตน ส่วนรถคันนี้ น้องคนดังกล่าว ติดต่อซื้อขายผ่านเฟซบุ๊ก หลังตกลงราคาได้ ก็นำชุดโอนลอยรถมาให้ตน ตนก็จ่ายเงินให้กับนายหน้าไป โดยตนไม่รู้จักหรือเคยคุยกับ ผู้ขายรถมาก่อน ยกเว้นน้องคนที่เป็นนายหน้าเอามาขายให้เท่านั้น เมื่อเกิดเรื่องขึ้นตนก็ยินดีให้ความร่วมมือให้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะตนก็ซื้อรถมาอย่างถูกต้องเช่นกัน

    นายบุญชู ศิรินนท์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.12 บ้านหนองกาน อ.เมือง จ.อุบลราช ธานี ซึ่งเป็นเจ้าของอู่รถ กล่าวว่า ตนรับการว่าจ้างจากชายคนหนึ่งชื่อ ป๋าต. มีอาชีพขายรองเท้า เพื่อให้ทำสีรถเก๋งคันดังกล่าว ค่าจ้าง 15,000 บาท โดยรับรถเข้ามาเมื่อวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งป๋าต.แจ้งให้ตนทราบว่า ซื้อรถมาในราคา 200,000 บาท ต้องการแต่งสีรถใหม่ เพื่อนำเอาไปใช้งานต่อไป ซึ่งตนไม่ทราบมาก่อนเลยว่า รถเก๋งคันดังกล่าวมีความเป็นมาอย่างไร ตนเพียงรับจ้างทำสีรถเท่านั้น

    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี นำเอาหมายเรียก ผู้ต้องหา ตามหนังสือ สภ.กันทรลักษ์ ที่ ตช 0018.7(ศก) 53 /3611 ลงวันที่ 10 ส.ค. เรื่อง ขอความร่วมมือส่งหมายเรียกและแจ้งให้ ผู้ต้องหาตามหมายเรียกมาพบคณะพนักงานสอบสวนไปส่งกรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดยมีหมายเรียกไปยังนายทหารยศร้อยเอก คนหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพ เพื่อให้ไปพบหัวหน้าพนักงานสอบสวน ใน วันศุกร์ที่ 11 ส.ค. 60 เวลา 13.30 น. ที่บก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ซึ่งปรากฏว่า นายทหารยศร้อยเอกไม่อยู่ ทราบว่าไปปฏิบัติหน้าที่ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารรับเรื่องไว้ เพื่อดำเนินการแจ้งให้นายทหารยศร้อยเอกผู้ที่ถูกออกหมายเรียกได้รับทราบต่อไป

    ขณะเดียวกันจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีนี้พบว่า เส้นทางการเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของน.ส.จุฑาภรณ์ที่ใช้ไลน์ขอยืมเงินไปจากญาติพี่น้องของน.ส. จุฑาภรณ์ หลายครั้ง กว่า 300,000 บาทนั้น ถูกโอนเงินต่อไปเข้าบัญชีธนาคารของทหารยศร้อยเอก ซึ่งพนักงานสอบสวนรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินคดีต่อไปแล้ว ส่วนน.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายตัวไปแล้วนั้น ยังไม่รู้ชะตากรรมแต่อย่างใด


    ที่มา:  khaosod

    0 comments:

    Post a Comment