เมื่อวันที่ 18สิงหาคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)กระทรวงมหาดไทยกล่าวว่าจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หย่อมความกดอากาศต่ำพายุโซนร้อนตาลัสและพายุโซนร้อนเซินกาตั้งแต่วันที่ 5กรกฎาคม-15สิงหาคม 2560ทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 44 จังหวัด 302 อำเภอ 1,724 ตำบล 14,105 หมู่บ้าน 43 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 609,425 ครัวเรือน 1,898,322 คน ผู้เสียชีวิต34ราย เบื้องต้นบ้านเรือนได้เสียหาย 2,574หลัง แยกเป็น เสียหายบางส่วน 2,559 หลัง เสียหายทั้งหลัง 15 หลัง ถนน 2,401 สาย คอสะพาน 111 แห่ง พื้นที่การเกษตร 4,185,028 ไร่ ประมง 21,732 บ่อ ปศุสัตว์ 830,309 ตัว ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 38 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด 24 อำเภอ 147 ตำบล 896 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 32,644 ครัวเรือน 98,646 คน จุดอพยพ 15 จุด 1,453 ครัวเรือน 5,169 คน แยกเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี และภาคกลาง 1 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา
อธิบดี ปภ.กล่าวอีกว่าจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่วันที่12–17สิงหาคมทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 7 จังหวัด 17 อำเภอ 58 ตำบล 202 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,324 ครัวเรือน 23,625 คนผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้แก่ ภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ ตรัง สตูล นครศรีธรรมราชและกระบี่ ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร และน่าน ภาคตะวันออก 1 จังหวัด ได้แก่ ตราด
ล่าสุด สถานการณ์คลี่คลายแล้ว5จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์2จังหวัด ได้แก่ สตูลและพิจิตรรวม8 อำเภอ 36 ตำบล 166 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,034 ครัวเรือน 22,295 คนซึ่งปภ.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหา อุทกภัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ พร้อมกำชับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหายให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว
บิ๊กป้อมกำชับทุกทัพ จับตา6จว.ใต้
ด้าน พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ได้กำชับทุกเหล่าทัพ ให้ติดตามรายงานสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำนพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิดและเตรียมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงที่มีฝนตกต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้น จนอาจทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่ง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
โดยเฉพาะพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ ฝั่งตะวันตก ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ทั้งนี้ ให้ประสานการทำงานร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบในทุกพื้นที่ทันที
สั่งกองทัพช่วย4จ.อีสานจนคลี่คลาย
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ขณะที่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใน4จังหวัดที่ยังคงมีระดับน้ำเพิ่มสูง ได้แก่ ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีพล.อ.ประวิตรได้เน้นย้ำให้คงความต่อเนื่องในการสนับสนุนส่วนราชการในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนต่อไปจนกว่าสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่จะคลี่คลาย ส่วนหลายจังหวัดที่เริ่มคลี่คลายให้สนับสนุนจังหวัดในการตรวจสอบข้อมูลความเสียหายจากอุทกภัยเชิงพื้นที่ทั้งด้านชีวิตและที่อยู่อาศัยเพื่อประเมินและให้ความช่วยเหลือประชาชนร่วมกัน ในการฟื้นฟู ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภคในภาพรวมเพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติโดยเร็ว
แม่น้ำสายไหลท่วมตลาดสายลมจอย
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงรายว่าผลจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักด้านบนของแม่น้ำสายในฝั่งสหภาพเมียนมาและตกในพื้นที่ อ.แม่สาย ตลอดทั้งคืนส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายที่แม่น้ำกั้นพรมแดนไทย-เมียนมาระหว่างอ.แม่สาย จ.เชียงรายกับจ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วล้นไหลทะลักท่วมบ้านเรือนและร้านค้าในชุมชนบ้านหัวฝายและชุมชนสายลมจอยภายในเขตเทศบาลแม่สายและฝั่งตลาดท่าล้อ จ.ท่าขี้เหล็ก อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะร้านค้าในตลาดสายลมจอยย่านการค้าชื่อดังอ.แม่สายทั้งถนนเลียบชายแดน ตั้งแต่บ้านหัวฝายไปจนถึงใต้สะพานมิตรภาพไทยเมียนมาแห่งที่ 1ที่จะเชื่อมไปยังชุมชนบ้านเกาะทรายถูกตัดขาดน้ำท่วมสูง บางจุดสูงกว่า 1เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ บรรดาร้านค้าในตลาดสายลมจอย กว่า 200 ร้านก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน บางจุดสูงกว่า 1 เมตร ทำให้บรรดาแม่ค้า ชาวบ้านต้องเร่งขนของมาไว้บนที่สูง บางส่วนขนไม่ทัน ก็จมอยู่ใต้น้ำ
ทหาร-เทศบาล เร่งระดมช่วยเหลือ
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่3กองกำลังผาเมือง หน่วยกู้ภัยสยามรวมใจและพรมวิหาร พร้อมเทศบาลตำบลแม่สาย ฝ่ายปกครอง ได้นำเรือท้องแบนลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ขณะที่เทศบาลตำบลแม่สายได้ประกาศเสียงตามสายให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำสายเร่งอพยพทรัพย์สินขึ้นที่สูงหลังมวลน้ำจากด้านบนแม่น้ำสายยังคงไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง
นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการให้ นายชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภอแม่สาย นำเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำกำลัง เข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ บ้านสายลมจอย และชุมชนตลาดสายลมจอย ที่ติดอยู่กับแม่น้ำสาย ชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก โดยน้ำขึ้นสูง ประมาณ 1เมตร ชาวบ้านบางส่วนได้ผลของอพยพออกมาอยู่ตามบ้านญาติส่วนพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสายลมจอยก็ได้ขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
น้ำแม่สายยังสูงขึ้นสั่งยกขึ้นที่สูง
ส่วนฝั่งท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา อู ติน วิน ฉ่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก และพันเอก เอ เมี้ยนอู ผู้บังคับการยุทธศาสตร์ท่าขี้เหล็กได้สั่งการควบคุมการดูแลโดยให้กำลังทหารช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งจองช่วยเหลือประชาชนในฝั่งท่าขี้เหล็กโดยเฉพาะในพื้นที่ตลาดการค้าท่าล้อที่เป็นตลาดค้าขายสินค้าชายแดนในฝั่งเมียนมา ประชาชนในพื้นที่ต่างพากันขนของและสินค้าต่างๆหนีน้ำที่กำลังไหลเอ่อเข้าท่วม
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสาย ในขณะนี้ ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆและยังมีการเฝ้าระวังต่อไปโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ทางท้ายน้ำได้มีการประกาศให้เตรียมตัวขนย้ายสิ่งของไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันน้ำเอ่อท่วมเข้าท่วมบ้านเรือน เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำสะสมไหลมาจากด้านบนของแม่น้ำสายอย่างต่อเนื่อง
อุตุฯเตือนทุกภาคฝนตกชุก
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ของภาคเหนือ บริเวณจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี และระยอง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณจังหวัดจันทบุรีและตราด ส่วนภาคใต้ บริเวณจังหวัดระนองและพังงา ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม และน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ80ของพื้นที่
อยุธยา เตรียม7ทุ่งรับน้ำหลาก
ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เรียก8อำเภอประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ติดตามสถานการณ์น้ำล้นตลิ่ง และผลกระทบจากอิทธิพลพายุดาลัส พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าช่วงนี้ถึงวันที่ 21สิงหาคม จะมีฝนตกชุกหนักเป็นช่วงๆ พร้อมให้ชลประทาน อำเภอ ท้องถิ่น ทหาร ตำรวจเตรียมเครื่องมือพร่องน้ำให้แก่เกษตรกรและดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนควบคู่กันพร้อมประกาศแจ้งเตือนเกษตรกร หลังเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ ในเดือนกันยายน ห้ามปลูกข้าวเพิ่มอีก หลังจังหวัดกำหนดให้ทำนาเหลื่อมปี เป็นการลดความเสี่ยง ความเสียหายจากอุทกภัยช่วงฤดูน้ำหลากตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน-พฤศจิกายนรวมทั้งใช้เป็นพื้นที่รองรับน้ำหลากและเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูกาลเพาะปลูกผลผลิตรอบถัดไปซึ่งจ.พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นต้นแบบที่ดำเนินการเป็นจังหวัดแรก
“อยุธยามีทุ่ง 650,000ไร่ประมาณ7ทุ่ง การทำนาแล้วเกี่ยวก่อนจะทำให้เราสามารถหมดช่วงฤดูน้ำหลากในช่วงกันยายน ประมาณวันที่15กันยายน ถ้ามีน้ำหลากมาจริงๆเราสามารถผันน้ำเข้าทุ่ง ลดปริมาณน้ำได้1,200ล้านลูกบาศก์เมตร ที่จะเข้ากรุงเทพฯน้ำเหล่านี้จะนำมาใช้ประโยชน์ในเรื่องของการทำประมง เป็นการลดการทำนาในรอบที่3จะทำให้ข้าวไม่ออกมาในท้องตลาดมากเกินไป” นายสุจินต์ ย้ำ
ที่มา: naewna
0 comments:
Post a Comment