เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เวลา 14.00 น.โดยตำรวจสน.พหลโยธิน เข้าทำการจับกุม นายณัฐพร วีระนันท์ อายุ 28 ปี ผู้สื่อข่าวสถาบันอิศรา ที่ “เก๋ ไก๋ อพาร์ตเมนต์”ย่านซอยพหลโยธิน 32 ถนนรัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.ไปดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่ สน.พหลโยธิน และได้ปล่อยตัวออกมารเวลา 22.00 น.ในวันเดียวกัน
ด้านนายณัฐพร เผยว่า ถูกรับมอบหมายหน้าที่ให้มาลงพื้นที่ทำข่าวหาข้อมูลเกี่ยวกับ ทรัพย์สินของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร.หลังถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ให้ตรวจสอบ จึงเดินทางมาตามข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งอยู่ที่ 1124/277 ซอยพหลโยธิน 32 ถนนรัชดาภิเษก จึงพบว่า ที่ตั้งดังกล่าวเป็นอพาร์ตเมนต์ ใช้ชื่อ “เก๋ ไก๋ อพาร์ตเมนต์”
นายณัฐพร เล่าต่อว่า ขณะนั้นตนเห็นประตูรั้วเปิดอยู่จึงเดินทางเข้าไปสอบถาม ผู้หญิงคนหนึ่งน่าจะเป็นผู้พักอาศัย สอบถามเกี่ยวกับที่พักดังกล่าว พร้อมถามหาผู้ดูแลสถานที่ ระหว่างรอจึงถ่ายภาพ บริเวณด้านหน้า และใต้ถุนของที่พักดังกล่าว เพื่อรอสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง ขณะนั้นก็มีคนบอกให้รอ ตนก็รออยู่ประมาณครึ่ง ชม. แต่กลับมีตำรวจ สน.พหลโยธิน มาเชิญตัว เนื่องจากถูกแจ้งความข้อหาบุกรุก ซึ่งตนก็ปฏิเสธข้อกล่าวหา
พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า ผู้เสียหายแจ้งความให้ดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกกับผู้สื่อข่าวคนดังกล่าว ถือว่ามีอัตราโทษน้อย ซึ่งพนักงานสอบสวน ให้ประกันตัวไปแล้ว
ในประเด็นดังกล่าว ฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยย ออกแถลงการเรียกร้องให้หยุดคุกคามการปฎิบัติหน้าที่ของผู้สื่อข่าว และเห็นว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีลักษณะเป็นการใช้กฎหมายเพื่อข่มขู่คุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนซึ่งได้ปฏิบัติตามหน้าที่ ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ได้แสดงตนและสังกัดชัดเจน โดยขอสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูลในประเด็นที่เป็นข่าว ไม่ได้เข้าไปในจุดห้ามเข้า ไม่ได้ทำลายเครื่องกีดขวาง หรือรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์หรือประสงค์ต่อทรัพย์อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานบุกรุกแต่อย่างใด ขณะที่คนดูแลอาคารดังกล่าวได้แจ้งว่าให้รอในพื้นที่ก่อน ผู้สื่อข่าวจึงได้รอในบริเวณนั้น ซึ่งต่อมาตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้เชิญตัวไปที่โรงพักพร้อมกับมีการแจ้งความข้อหาบุกรุกสถานที่
สมาคมนักข่าวฯ เห็นว่า กรณีผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถามผู้ดูแลสถานที่ซึ่งเปิดให้คนทั่วไปมาเช่าพัก ไม่ใช่การกระทำความผิดฐานบุกรุก ดังนั้นการตั้งข้อหานี้จึงไม่มีความชอบธรรมและเป็นการกระทำเพื่อขัดขวางการประกอบวิชาชีพของผู้สื่อข่าวโดยใช้กระบวนการยุติธรรมขั้นต้นเป็นเครื่องมือ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีอำนาจในการยึดโทรศัพท์ของผู้สื่อข่าวเพื่อดูข้อมูลภายในยังเป็นการละเมิดสิทธิ และเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง ยัดข้อหาให้กับผู้สื่อข่าว อีกทั้งการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความดำเนินคดี ทั้งที่ไม่มีความชัดเจนในความผิด และบีบบังคับให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปในที่คุมขัง ถือเป็นพฤติการณ์กักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้สูญเสียเสรีภาพ หรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ยังเป็นการคุกคามการทำหน้าที่สื่อมวลชนทั้งขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยุติการสอบสวนคดีที่ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย และมีลักษณะเป็นการรับใช้ผู้มีอำนาจในคดีนี้โดยพลัน
ในขณะที่นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผอ.บริการสถาบันอิศรา กล่าวว่าคดีนี้สถาบันอิสราพร้อมจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ถึงกรณีผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราถูกแจ้งจับในข้อหาบุกรุก หลังไปรอทำข่าวที่หน้าหอพักที่ระบุว่าเป็นของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.ซึ่งเป็นน้องชายพล.อ.ประวิตร ว่า ยังไม่รู้เรื่อง ว่าโดนจับเรื่องอะไร ไม่มีปัญหาว่ากันไปตามกฎหมาย กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น แต่ส่วนตัวยังไม่รู้เรื่องเลย
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2560 เว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เว็บไซต์สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ปิดไม่ให้เข้าถึงข้อมูลการไต่สวนระหว่างข้อเท็จจริง ซึ่งสำนักข่าวอิศราได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ วันที่ 8 ส.ค. 2560 มีการนำเสนอรายงานการสำรวจ “หจก.สมถวิลรีสอร์ท” ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ที่มีชื่อของ นางสมถวิล วงษ์สุวรรณ ภรรยาของ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กระทั่งมาลงพื้นที่อพาร์ตเมนท์ ซ.พหลโยธิน แล้วถูกแจ้งความข้อหาบุกรุกตามที่เป็นข่าว
ล่าสุดพบว่าข้อมูลสถานะคดีความของ พล.ต.อ.พัชรวาท ในหน้าเว็บไซต์ของ ป.ป.ช. www.nacc.go.th สามารถเข้าไปดูได้ตามปกติแล้ว โดยอยู่ในหมวด “เรื่องกล่าวหาที่อยู่ระหว่างดำเนินงาน” เลขรับที่ 8265 รับวันที่ 26 มี.ค. 2553 เรื่องร้องเรียนเลขดำที่ 53511417 สถานะล่าสุดอยู่ ณ วันที่ 4 ส.ค. 2560 ระบุว่า ไต่สวนข้อเท็จจริง ไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานบุคคล
พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ปปช. กล่าวถึงความคืบหน้าในการไต่สวนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน พล.ต.อ.พัชรวาท ว่า มีการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯกรณีนี้แล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการรวบรวมพยานและหลักฐาน
เมื่อถามว่า คดีดังกล่าวไต่สวนมากว่า 7 ปีแล้ว จะมีการเร่งรัดหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีหลายเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ได้บอกให้เจ้าหน้าที่ดูว่า เรื่องนี้คืบหน้าถึงไหน ดำเนินการอย่างไรบ้างแล้ว และให้รวบรวมพยานหลักฐานรายงานมาเป็นเรื่อง ๆ
พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวอีกว่า สำหรับการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินต้องดูหลายส่วน และต้องขอความร่วมมือหลายหน่วยงาน เช่น ธนาคาร หรือกรมที่ดิน ต้องใช้ระยะเวลาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบ ยิ่งถ้าเป็นข้อมูลย้อนหลัง ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่องไปตรวจสอบด้วย
“ทุกเรื่องดูว่า อะไรบ้างที่ทำได้รวดเร็ว กระบวนการไต่สวนนี้เป็นอิสระ ไม่สามารถก้าวก่ายได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถวินิจฉัยได้อย่างเดียว” พล.ต.อ.วัชรพล กล่าว
ที่มา: naewna
0 comments:
Post a Comment