Tuesday, September 5, 2017

Tagged Under:

ตร.รอกองทัพแจ้งความ มัดคอยิ่งลักษณ์ หนีด่านผิดพรบ.เข้าเมือง

By: news media On: 6:31 PM
  • Share The Gag
  • แกะรอย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” หนีคดีคืบหน้าต่อจิ๊กซอว์แล้ว 80% “ศรีวราห์” เผยรอกองทัพเข้าแจ้งความร้องทุกข์พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ก่อนจะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด เปิดกม.ระบุผู้เกี่ยวข้อง ยานพาหนะ พาหนีด่านทางการมีโทษอาญา ขณะที่ผบ.ทบ.เผยเช็คกล้องวงจรปิดละเอียดยิบ ด้าน “บิ๊กป๊อก” มท. 1 ฉุนโดนป้ายสีบินเข้าเขมร เจรจาพา “ปู” หนี ส่วน “พท.” เชื่อยิ่งลักษณ์จะออกมาพูดในเวลาที่เหมาะสม ขณะที่แกนนำนปช.ย้ำไม่ยึดติดตัวบุคคล พร้อมอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ต้านเผด็จการ

    พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.)ให้สัมภาษณเมื่อวันที่ 5 กันยายน ถึงความคืบหน้าการแกะรอยตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้อหาหลบหนีไม่ฟังคำพิพากษาของศาลในคดีจำนำข้าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า ตำรวจได้ทำงานร่วมกับกองทัพมาตลอด การสืบสวนตอนนี้มีความคืบหน้าต่อจิ๊กซอว์ได้80%แล้วแต่ยังไม่สุดทาง อย่างไรก็ตามข้อมูลในตอนนี้ เพียงพอที่กองทัพ จะร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วในความผิด พรบ.คนเข้าเมือง ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับกองทัพ

    ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบุคคลเป้าหมายที่จะร้องทุกข์ดำเนินคดีแล้วใช่หรือไม่ รองผบ.ตร.กล่าวว่า ต้องมี บอกแล้วว่าคืบหน้า อยากได้ว่าคืบหน้าแต่ไม่สามารถบอกได้เพราะเป็นเรื่องของความมั่นคง กองทัพจะพิจารณาตำรวจจะไม่ก้าวล่วง ข้อมูลเหล่านี้ได้รายงานต่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงไปแล้ว ได้สั่งการให้ดำเนินการตามกบิลบ้านกบิลเมือง ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้อำนาจทางกองทัพในการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ตำรวจทำหน้าที่ให้ข้อมูลสนับสนุนกองทัพ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีการร้องทุกข์หรือไม่ เมื่อไหร่ ตอนนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหนจะตอบได้ก็ตอบเมื่อมีการร้องทุกข์แล้วเท่านั้น ต้องให้ทางกองทัพดำเนินการก่อน

    เผยโทษคนไทยหนีด่านแค่ปรับ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใน พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หมวด 2 ว่าด้วยการเข้าและออกนอกราชอาณาจักร มาตรา 11 ระบุว่า บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาญาจักรจะต้องเดินทางเข้ามาหรือออกไปตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ตามที่รัฐมนตรี จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีบทลงโทษกำหนดไว้ในหมวด 8 มาตรา 61 ว่า ผู้ไม่ปฎิบัติตามมาตรา 11 ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง มีสัญชาติไทย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท

    ทีมรถพายิ่งลักษณ์หนีผิดด้วย

    ส่วนมาตรา 22 เจ้าของพาหนะหรือผู้ควบคุมพาหนะ จะต้องนำพาหนะเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ตามที่รัฐมนตรีจะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ใดผ่าฝืนมาตรานี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

    ‘บิ๊กป้อม’แย้มคดีคืบหน้ามาก

    ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวว่าเรื่องของ นส.ยิ่งลักษณ์ มีความคืบหน้าขึ้นมากแต่ยังบอกไม่ได้เพราะเส้นทางรถไม่ได้ต่อเนื่องตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ หากเจ้าหน้าที่ดำเนินการเรียบร้อยทั้งหมด จะมาแจ้งให้สื่อทราบเอง ซึ่งคณะทำงานในเรื่องนี้ก็มีจำนวนมากเพียงพอต่อการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ส่วนจะแก้ข้อครหาว่าเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจให้น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีหรือไม่นั้น ยืนยันไม่มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แค่ตนกระพริบตาสองข้างยังไม่ได้เลย สำหรับกรอบระยะเวลาการทำงาน คงไม่สามารถกำหนดได้เพราะบางที่ก็ไม่มีกล้องวงจรปิดและระยะทางยาวไกล

    เมื่อถามว่าเราจะทราบเส้นทางการหนีที่ชัดเจนได้อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้  ส่วนการประสานงานไปยังกัมพูชานั้น ขอให้ดำเนินการในประเทศไทยให้ชัดเจนก่อนดีกว่า ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปต่างประเทศแล้วแต่ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา ส่วนการใช้ช่องทางหลบหนีไปยังเกาะกงก็ไม่น่าจะมี

    ไล่ดูวงจรปิดรถเข้าออกทุกคัน

    พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ยังไม่มีหลักฐานว่า นส.ยิ่งลักษณ์หนีออกประเทศแต่เชื่อว่าออกไปแล้ว ซึ่งการสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าพอสมควร พบว่ามีรถที่เกี่ยวข้องหลายคัน ต้องไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทีละตัว ถ้าผิดคันก็เสียเวลาถึง 1 วัน

    “ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ ซึ่งทำงานกันทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ผมไม่ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องช่วยเหลือน.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ ซึ่งพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้ให้ข้อมูลต่อไป” ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว และว่า ไม่ทราบความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและน.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ในส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ไม่มีอะไรที่น่าห่วง

    ในขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์หงุดหงิดกรณีเพจเฟซบุ๊คหนึ่งระบุว่า พล.อ.อนุพงษ์ ช่วงเดินทางไปเป็นประธานการประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ประเทศกัมพูชา เมื่อ 23-25สิงหาคมที่ผ่านมาเพื่อเจรจาเปิดทางให้ทางน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลบหนี โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทั้งยังตำหนิสื่ออย่างรุนแรงอีกด้วย


    พท.เชื่อไม่นาน’ปู’ออกมาพูด

    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด  รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเลยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ไหน และยังไม่รู้เลยว่า จะขอลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่  พรรคเพื่อไทย ได้ออกแถลงการณ์ไปแล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ น่าจะออกมาชี้แจงในช่วงเวลาที่เหมาะสม ดังนั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะไปคาดการณ์ไปในทางหนึ่งทางใด มันจะสร้างความสับสน

    ‘นปช.’ไม่สน’ยิ่งลักษณ์’หลบหนี

    ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.กล่าว ว่าการหลบหนีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่กระทบต่อขวัญและกำลังใจของมวลชนกลุ่ม นปช. เนื่องจากเรามีประสบการณ์การต่อสู้มากว่า 10 ปีทำให้มวลชนเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี และสามารถประเมินสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเอง

    “ผมเชื่อว่าประชาชนเข้าใจการตัดสินใจของคุณยิ่งลักษณ์ และไม่ส่งผลกระทบต่อ หลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนยึดถือมาตลอด 10ปี คนเสื้อแดงออกมาต่อสู้ก่อนคุณยิ่งลักษณ์เข้ามาเป็นนักการเมืองจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องยึดติดว่าใครจะอยู่หรือจะไป แต่ขึ้นอยู่กับหลักการต่อสู้ยังอยู่ในใจของประชาชนหรือไม่ถ้ายังอยู่ทุกอย่างก็เดินหน้า “นาย ณัฐวุฒิ กล่าว




    ที่มา:  naewna

    0 comments:

    Post a Comment